จากคำสัญญาเรื่องการเอาคลิปมาลงบล็อก ค่ำนี้ผมขอชี้แจงเหตุผลที่ตัดสินใจไม่เอาคลิปมาลงครับ สำหรับความวุ่นวายที่เกิดขึ้น และ เพื่ออธิบายแนวความคิดให้เข้าการทำงานของสื่อในสถานการณ์นี้
ทันทีที่ผมทวิตเล่าให้ฟังถึงคำพูดของตำรวจนายหนึ่ง พร้อมคำสัญญาว่าจะเอาคลิปนั้นมาเผยแพร่คืนนี้ คำตอบรับที่ได้ เน้นหนักไปในทางสนับสนุน และ อยากดู แต่ก็มีบางส่วนที่ส่งกลับมาด้วยความชิงชังตำรวจนายนี้ (เป็นตำรวจที่ประกาศจุดยืนชัดเจนว่าเป็นเสื้อแดง) และ เมื่อได้รับคำแนะนำจากผู้ใหญ่ ทำให้ผมคิดได้ถึงผลกระทบที่ตามมาจากการเผยแพร่เนื้อหานี้
ถ้าผมเอาคลิป 1 นาที ที่มีภาพตำรวจคนนี้อยู่ ผลกระทบที่ได้รับ อาจจะมีหลายทางครับ ตำรวจนายนั้นที่ผมถ่ายภาพเก็บไว้อาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงกับตัวเอง (ซึ่งการแสดงออกบนท้องถนนเช่นนั้น ก็ถือเป็นสิทธิ์ของเขา) สำคัญไม่แพ้กันคือผมกังวลคือเรื่องความปลอดภัยของผมเอง และ ที่ผมเป็นห่วงที่สุดคือการะสร้างความเกลียดชังในสังคมให้มีมากขึ้น ทั้งจากประชาชนที่มีต่อเสื้อแดง และ ประชาชนที่มีต่อตำรวจ
'ข้อเท็จจริง' จากคลิป 1 นาที ที่ผมถ่ายมา สาระสำคัญที่ประชาชนควรได้รู้คือ ตำรวจมะเขือเทศ(ซึ่งในกรณีนี้คือตำรวจที่ประกาศจุดยืนแล้วว่าเป็นตำรวจเสื้อแดง)ยังมีอยู่มาก และ สร้างความสับสนในกลไกของรัฐอยู่ เท่านั้นครับที่เป็นสาระจาก 'ข่าว' นี้ ส่วนคำพูดได้ยิน เป็นเพียงส่วนที่จะสร้างความเกลียดชังจากคนที่ได้ฟัง และ จะทำให้สังคมเพิ่มปมความขัดแย้งไปอีก
อย่างที่ชี้แจงไปก่อนหน้านี้ครับ ขออภัยที่ทวิตข้อความบางอย่าง ในสถานการณ์ที่วุ่นวาย บางครั้งผมก็ลืมตัวใส่อารมณ์ในฐานะคนคนหนึ่ง ที่ไม่พอใจสิ่งที่ได้ยิน จนลืมไปว่าเราสวมหมวกหนึ่งใบที่เป็นสื่อมวลชนที่ประชาชนเชื่อถือสิ่งที่เราสื่อ ซึ่งแม้สิ่งที่เราจะสื่อออกไปเป็นความจริง และ ควรให้ประชาชนตัดสินเอง แต่ในบางครั้งเราต้องใช้วิจารณญานในฐานะคนคนหนึ่งในสังคมไทย ตัดสินใจคัดกรองสิ่งที่เราจะสื่อออกไปครับ
ความจริงบางประการที่จะบอกครับ
1.คลิปที่ถ่าย ยังเก็บอยู่ครับ แต่จะไม่ copy ให้ใครต่อ จะเก็บไว้ในกรณีจำเป็นเท่านั้น ใครบังเอิญเจอผมเดินตามถนน อยากขอดูผมก็ให้ดูได้ครับ แต่ คงไม่อาจขอไปเป็นไฟล์ได้
2.จากการชี้แจง 4-5 อัน ขอย้ำว่าไม่ได้มีความน้อยใจอะไรเกิดขึ้นแม้แต่น้อยครับ ผู้ใหญ่ในเนชั่นเปิดกว้างทางการนำเสนอ ซึ่งก็เป็นโชคดีของผมที่ได้รับคำเตือนดีๆ ที่เมื่อมีเวลาว่างมานั่งคิดก็จะรู้ว่าสิ่งที่เตือนเป็นความจริง
3.เพื่อนๆในทวิตเตอร์บางส่วนต่อว่า ว่าในฐานะสื่อทำไมไม่รายงานความจริง ชี้แจงว่า ผมก็รายงานตามความเป็นจริงในฐานะสื่อครับ แต่ขอใช้วิจารญานในฐานะ 'คนๆหนึ่งในสังคมไทย' ว่า ความจริงไหนจำเป็นต้องเผยแพร่มากน้อยแค่ไหน
4.เพื่อนในทวิตเตอร์ส่วนมาก เข้าใจและเห็นอกเห็นใจครับ ขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ :)
เท่านี้ครับ ไม่อยากชี้แจงอะไรบ่อยเกินความจำเป็น พรุ่งนี้ยังออกไปทำงานเหมือนเดิม ขอบคุณที่ติดตามครับ มีอะไรก็พูดคุยกันได้เต็มที่
28 เมษายน 2010
25 เมษายน 2010
ลองมองบรรยากาศ 'เสื้อหลากสี' จากฝั่งเวที
| Tweet |
|
อย่างที่เห็นครับ สถานการณ์อย่างนี้ทำข่าวอยู่แบบเดียว 'การชุมนุมทางการเมือง'
วันนี้ได้ไปติดตามการรวมตัวของ 'กลุ่มคนเสื้อหลากสี' อีกครั้งครับ เชื่อว่าหลายคนที่ตามอ่านบล็อกผม ก็เป็นหนึ่งในผู้ชุมนุมด้วย แต่ที่เอามาฝาก เอามาให้รับชมกันเป็นบรรยากาศอีกมุมครับ เพราะในฐาน 'ผู้ชุมนุม' ที่รวมตัวกันอยู่ข้างล่าง คงหาโอกาสได้มาสัมผัสความรู้สึกของผู้ปราศรัยบนเวทีได้น้อย
วันนี้ผมเก็บบรรยากาศ 4 นาที ช่วง 17:58 - 18:02 ของการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อหลากสี วันที่ 25 เมษายน 2553 ที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาครับ เป็นภาพบรรยากาศเคียงข้าง นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ช่วงขณะที่ร้องเพลงชาติครับ ไป ลองดูกันว่า เวลาผู้ชุมนุมที่อยู่ข้างล่าง ลองเปลี่ยนความรู้สึกมาเป็นแกนนำการชุมนุมข้างบน มันเป็นอย่างไรกันครับ
วันนี้ได้ไปติดตามการรวมตัวของ 'กลุ่มคนเสื้อหลากสี' อีกครั้งครับ เชื่อว่าหลายคนที่ตามอ่านบล็อกผม ก็เป็นหนึ่งในผู้ชุมนุมด้วย แต่ที่เอามาฝาก เอามาให้รับชมกันเป็นบรรยากาศอีกมุมครับ เพราะในฐาน 'ผู้ชุมนุม' ที่รวมตัวกันอยู่ข้างล่าง คงหาโอกาสได้มาสัมผัสความรู้สึกของผู้ปราศรัยบนเวทีได้น้อย
วันนี้ผมเก็บบรรยากาศ 4 นาที ช่วง 17:58 - 18:02 ของการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อหลากสี วันที่ 25 เมษายน 2553 ที่อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิมาครับ เป็นภาพบรรยากาศเคียงข้าง นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ ช่วงขณะที่ร้องเพลงชาติครับ ไป ลองดูกันว่า เวลาผู้ชุมนุมที่อยู่ข้างล่าง ลองเปลี่ยนความรู้สึกมาเป็นแกนนำการชุมนุมข้างบน มันเป็นอย่างไรกันครับ
Labels:
อนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ,
เวที,
เสื้อหลากสี
21 เมษายน 2010
บรรยากาศ 'เสื้อหลากสี' (ทั้งบวกและลบ)
| Tweet |
|
ไม่ได้เอาบรรยากาศเคียงข่าวมาลงบล็อกนานครับ เพราะก่อนหน้านี้ ก็ปักหลักอยู่ที่ราชประสงค์มาตลอดกว่า 2 สัปดาห์ จนแทบจะสัมภาษณ์แกนนำเสื้อแดงครบทุกคนแล้ว :)
วันนี้ ได้มาสัมผัสบรรยากาศของกลุ่มคน 'เสื้อหลากสี' ครับ ที่นำโดย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เป็นหัวหอกหลักในกรนำมวลชนต่อต้าน'การยุบสภา' และ ต่อต้าน'เสื้อแดง'อย่างชัดเจน บรรยากาศรอบด้านถือว่าดูสดใส และ มีความหลากหลายตามชื่อกลุ่มจริงๆครับ แม้จะเห็นชัดเจนว่ากลุ่มคน 'เสื้อหลากสี' จะเป็นกลุ่มคนที่เคยร่วมชุมนุมกับ 'พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย' มาก่อน แต่ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นประเด็นที่ต้องไปโจมตีตามแกนนำเสื้อแดงตรงไหน
บรรยาการเอามาฝากเป็นช่วงเย็นวันที่ 21 เมษายน 2553 ครับ เป็นช่วง 17:30 - 18:00 ตามเวลานัดหมายของคนเสื้อหลากสีที่จะร้องเพลงชาติพร้อมเพรียงกัน ซึ่งในฐานะคนไทยคนหนึ่งผมถือว่าเป้นภาพที่น่าประทับใจไม่น้อยครับ
เมื่อถึงเวลา 18:00 'คนเสื้อหลากสี' ก็จับกลุ่มร้องเพลงชาติ และ เพลงสรรเสริญพระบารมี ต่อ นี่เป็นภาพบรรยากาศเล็กๆน้อยๆที่เอามาฝากครับ
ถัดมาช่วงหัวค่ำ ผมมาประจำที่สีลมครับ จุดตรงแยกศาลาแดงที่ว่ากันว่า เป็นจุดที่สถานการณ์ทางการเมืองอึมครึมที่สุดในขณะนี้เพราะ คนเสื้อแดงที่นำโดย สุภรณ์ อัตถาวงศ์ มาปักหลักตั้งด่านคล้ายค่ายบางระจันอยู่ กำลังยืนประจันหน้ากับกลุ่ม'หลากสี'ที่ สัญลักษณ์และจุดยืนทางการเมืองเหมือนกับที่วงเวียนใหญ่ คือ ขับไล่ 'เสื้อแดง' และ 'ทักษิณ'
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศความรุนแรงก็เกิดขึ้นที่แยกศาลาแดงปากทางเข้าสีลม ฐานที่มั่นของกลุ่มคน'เสื้อหลากสี'จนได้ครับ ผมว่าเป็นภาพที่ถ้าผมเป็นคนเสื้อหลากสีด้วยกันแล้ว ต้องบอกว่า 'ไม่น่ารัก' เอาซะเลย เพราะผมเห็นคนเสื้อหลากสีรุมเตะ รุมกระทืบ รถยนต์ รถกระบะ ที่ติดสติกเกอร์สีแดง แสดงออกชัดเจนว่าเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง ลองไปดูกันครับ
แน่นอนว่าความอดทนอดกลั้นของกลุ่มเสื้อหลากสีที่สีลม ที่มีต่อคนเสื้อแดงมีเยอะครับ แต่ถ้าสถานการณ์ของคนเสื้อหลากสียังเป็นอย่างนี้อยู่ (ขาดการควบคุม และเคลื่อนไหวแบบไม่สงบ) ความชอบธรรมของการเคลื่อนไหวในภาพกว้าง อย่างที่ผมเห็นที่วงเวียนใหญ่ ก็จะโดนลดทอนไปมากครับ
วันนี้ ได้มาสัมผัสบรรยากาศของกลุ่มคน 'เสื้อหลากสี' ครับ ที่นำโดย นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ เป็นหัวหอกหลักในกรนำมวลชนต่อต้าน'การยุบสภา' และ ต่อต้าน'เสื้อแดง'อย่างชัดเจน บรรยากาศรอบด้านถือว่าดูสดใส และ มีความหลากหลายตามชื่อกลุ่มจริงๆครับ แม้จะเห็นชัดเจนว่ากลุ่มคน 'เสื้อหลากสี' จะเป็นกลุ่มคนที่เคยร่วมชุมนุมกับ 'พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย' มาก่อน แต่ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นประเด็นที่ต้องไปโจมตีตามแกนนำเสื้อแดงตรงไหน
บรรยาการเอามาฝากเป็นช่วงเย็นวันที่ 21 เมษายน 2553 ครับ เป็นช่วง 17:30 - 18:00 ตามเวลานัดหมายของคนเสื้อหลากสีที่จะร้องเพลงชาติพร้อมเพรียงกัน ซึ่งในฐานะคนไทยคนหนึ่งผมถือว่าเป้นภาพที่น่าประทับใจไม่น้อยครับ
เมื่อถึงเวลา 18:00 'คนเสื้อหลากสี' ก็จับกลุ่มร้องเพลงชาติ และ เพลงสรรเสริญพระบารมี ต่อ นี่เป็นภาพบรรยากาศเล็กๆน้อยๆที่เอามาฝากครับ
ถัดมาช่วงหัวค่ำ ผมมาประจำที่สีลมครับ จุดตรงแยกศาลาแดงที่ว่ากันว่า เป็นจุดที่สถานการณ์ทางการเมืองอึมครึมที่สุดในขณะนี้เพราะ คนเสื้อแดงที่นำโดย สุภรณ์ อัตถาวงศ์ มาปักหลักตั้งด่านคล้ายค่ายบางระจันอยู่ กำลังยืนประจันหน้ากับกลุ่ม'หลากสี'ที่ สัญลักษณ์และจุดยืนทางการเมืองเหมือนกับที่วงเวียนใหญ่ คือ ขับไล่ 'เสื้อแดง' และ 'ทักษิณ'
อย่างไรก็ตาม บรรยากาศความรุนแรงก็เกิดขึ้นที่แยกศาลาแดงปากทางเข้าสีลม ฐานที่มั่นของกลุ่มคน'เสื้อหลากสี'จนได้ครับ ผมว่าเป็นภาพที่ถ้าผมเป็นคนเสื้อหลากสีด้วยกันแล้ว ต้องบอกว่า 'ไม่น่ารัก' เอาซะเลย เพราะผมเห็นคนเสื้อหลากสีรุมเตะ รุมกระทืบ รถยนต์ รถกระบะ ที่ติดสติกเกอร์สีแดง แสดงออกชัดเจนว่าเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง ลองไปดูกันครับ
แน่นอนว่าความอดทนอดกลั้นของกลุ่มเสื้อหลากสีที่สีลม ที่มีต่อคนเสื้อแดงมีเยอะครับ แต่ถ้าสถานการณ์ของคนเสื้อหลากสียังเป็นอย่างนี้อยู่ (ขาดการควบคุม และเคลื่อนไหวแบบไม่สงบ) ความชอบธรรมของการเคลื่อนไหวในภาพกว้าง อย่างที่ผมเห็นที่วงเวียนใหญ่ ก็จะโดนลดทอนไปมากครับ
Labels:
วงเวียนใหญ่,
สีลม,
เสื้อหลากสี
16 เมษายน 2010
สัมภาษณ์ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง : Mission Impossible
| Tweet |
|
กลายเป็นบุรุษประจำวัน Talk of the town โดยเฉพาะแอ็กชั่นกระโดดโรยตัวโดยใช้เชือก ไต่ลงมาจากโรงแรม SC Park หลบหนีการจับกุมของตำรวจทั้งชุดจู่โจมอรินทราช ทั้งหน่วยคอมมานโด
ผมถือโอกาสสัมภาษณ์ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 3 ชั่วโมงหลังจาก การหลบหนีจากที่ SC Park มาที่เวทีแดงที่ราชประสงค์ครับ เนื้อหาหลักๆมีทั้ง
1. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า
2. การวางตำแหน่งเป็นตัวบู้จากทางแกนนำ
3. อริสมันต์ทำอะไรไม่ฟังแกนนำคนอื่นจริงหรือ
4. อนาคตทางการเมืองของชายที่ชื่อ อริสมันต์
บรรยากาศการถามรอบนี้ ผมยอมรับว่าไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง 100% เต็มครับ เพราะการ์ดที่อยู่ล้อมรอบข้างหลังค่อนข้างส่งสัญญาน ความตรึงเครียดหลายรอบทีเดียว แถมตอนก่อนสัมภาษณ์พี่กี้ร์ก็ฉะเนชั่นไปก่อนแล้ว โดยบอกผมว่า "มึงสัมภาษณ์กูไปแล้วจะเอาออกอากาศไหมวะ เห็นพวกมึงด่ากูว่าเป็นผู้ก่อการร้ายอยู่นั่นแหละ!"
ผมถือโอกาสสัมภาษณ์ อริสมันต์ พงศ์เรืองรอง 3 ชั่วโมงหลังจาก การหลบหนีจากที่ SC Park มาที่เวทีแดงที่ราชประสงค์ครับ เนื้อหาหลักๆมีทั้ง1. เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า
2. การวางตำแหน่งเป็นตัวบู้จากทางแกนนำ
3. อริสมันต์ทำอะไรไม่ฟังแกนนำคนอื่นจริงหรือ
4. อนาคตทางการเมืองของชายที่ชื่อ อริสมันต์
บรรยากาศการถามรอบนี้ ผมยอมรับว่าไม่ได้เป็นตัวของตัวเอง 100% เต็มครับ เพราะการ์ดที่อยู่ล้อมรอบข้างหลังค่อนข้างส่งสัญญาน ความตรึงเครียดหลายรอบทีเดียว แถมตอนก่อนสัมภาษณ์พี่กี้ร์ก็ฉะเนชั่นไปก่อนแล้ว โดยบอกผมว่า "มึงสัมภาษณ์กูไปแล้วจะเอาออกอากาศไหมวะ เห็นพวกมึงด่ากูว่าเป็นผู้ก่อการร้ายอยู่นั่นแหละ!"ผมสัมภาษณ์ ยาวถึง 15 นาทีครับ ความจริงเนื้อหาหลักๆมีอยู่นิดเดียว แต่ก็เปิดโอกาสให้พี่กี้ร์เค้าไปพูดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาซะเยอะ ทีเด็ดของการสัมภาษณ์ผมว่าอยู่ที่ช่วงสุดท้ายของตอนที่3 ที่ผมถามพี่กี้ร์ว่า "ถ้าให้เลือกเก้าอี้รัฐมนตรี 1 กระทรวงจะเลือกกระทรวงไหน?" คำตอบที่ได้ ผมยังอึ้งเลยครับ "กระทรวงวัฒนธรรม"
ตอนที่ 1
ตอนที่ 2
ตอนที่ 3
14 เมษายน 2010
สัมภาษณ์ไอ้โม่ง: "ผมมีหน้าที่ริบอาวุธจากทหาร!"
| Tweet |
|
จาก หลานสิบหลายร้อยคลิป ที่ถูกแพร่ภาพหลังเหตุการณ์ เมษาเลือด ค่ำคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 ที่สี่แยกคอกวัว ดูเหมือนว่าหนึ่งในชายที่ถูกตั้งคำถาม หลังจากเห็นภาพเขาถืออาวุธ เดินไปทุกที่บริเวณที่มีการปะทะกัน ที่สำคัญคือมีคนตั้งคำถามว่าชายฉกรรจ์ภายใต้หมวกไอ้โม่งคนนี้ เคยมีบทบาทใกล้ชิดกับ เสธ.แดง. พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ด้วย
เช้าวันที่ 14 เมษายน ชายคนนี้ปรากฏตัวเคียงข้างแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง โดย 'ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ' แกนนำคนสำคัญได้ออกมาชี้แจงว่า 'มานพ ชาญชั่งทอง' ชายภายใต้ไอ้โม่งคนนี้ ไม่ได้เป็นอดีตทหารพรานที่ได้รับการฝึกฝนจาก 'เสธ.แดง' แต่เป็นการ์ด นปช. ที่มีหน้าที่ คอยริบอาวุธจากทหาร เพื่อนำมาเก็บไว้ใต้เวที ป้องกันไม่ให้ทหารใช้อาวุธปราบปรามประชาชน ผมได้สัมภาษณ์สั้นๆ จังหวะก่อนที่ 'มานพ ชาญชั่งทอง'วัย 40 ปี จะปลีกตัวออกจากหลังเวทีเกนนำ คำตอบที่ได้ พูดตามตรง ผมว่ามันฟังไม่ขึ้นแม้แต่น้อย โดยเฉพาะตอนท้ายที่เขาบอกว่า "ฝึกการสู้รบจากในโทรทัศน์!!" ลองไปฟังกันครับ
มีโอกาสสัมภาษณ์เท่านี้จริงๆครับ อย่างที่เห็น การ์ดเสื้อแดงคนข้างๆพยายามลากตัว มานพ ออกไปอย่างรวดเร็ว
เช้าวันที่ 14 เมษายน ชายคนนี้ปรากฏตัวเคียงข้างแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง โดย 'ณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ' แกนนำคนสำคัญได้ออกมาชี้แจงว่า 'มานพ ชาญชั่งทอง' ชายภายใต้ไอ้โม่งคนนี้ ไม่ได้เป็นอดีตทหารพรานที่ได้รับการฝึกฝนจาก 'เสธ.แดง' แต่เป็นการ์ด นปช. ที่มีหน้าที่ คอยริบอาวุธจากทหาร เพื่อนำมาเก็บไว้ใต้เวที ป้องกันไม่ให้ทหารใช้อาวุธปราบปรามประชาชน ผมได้สัมภาษณ์สั้นๆ จังหวะก่อนที่ 'มานพ ชาญชั่งทอง'วัย 40 ปี จะปลีกตัวออกจากหลังเวทีเกนนำ คำตอบที่ได้ พูดตามตรง ผมว่ามันฟังไม่ขึ้นแม้แต่น้อย โดยเฉพาะตอนท้ายที่เขาบอกว่า "ฝึกการสู้รบจากในโทรทัศน์!!" ลองไปฟังกันครับ
มีโอกาสสัมภาษณ์เท่านี้จริงๆครับ อย่างที่เห็น การ์ดเสื้อแดงคนข้างๆพยายามลากตัว มานพ ออกไปอย่างรวดเร็ว
Labels:
10 เมษา,
การ์ด นปช.,
เสื้อแดง,
ไอ้โม่ง
12 เมษายน 2010
'เสื้อแดง' จะเป็นอย่างไร ถ้า 'นายก' ยุบสภา
| Tweet |
|
บล็อกนี้เป็นภาพเหตุการณ์ในค่ำคืนวันที่ 11 เมษายน เวลา 19:00น.ครับ ระหว่างที่ผมเดินตรวจสอบบรรยากาศการชุมนุมของคนเสื้อแดง ที่เวทีราชประสงค์ ก็มีคนเสื้อแดงกลุ่มใหญ่ กระโดดดีใจ หลังจากที่มีคนมาแจ้งข่าวว่ารัฐบาลยุบสภาแล้ว ซึ่งตอนที่ได้ยินผมก็งงครับ ตกใจพอสมควร เพราะเท่าที่ได้รับรายงานมา ยังไม่มีข่าวเรื่องรัฐบาลยุบสภาแม้แต่น้อย
ที่ผมบันทึกภาพไว้ เป็น 5 นาทีหลังจากทีข่าวนี้ได้รับการเผยแพร่ออกมา คนเสื้อแดงโห่ร้องดีใจ โบกตีนตบด้วยความสะใจ วิ่งว่อนทั่วลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลร์ด ราวกับกองหน้าทำประตูชัยในนาทีสุดท้ายได้ ลองไปชมดูครับ ภาพมืดหน่อย แสงน้อย ลองฟังเสียงดูครับ
อีกหนึ่งภาพ ถ่ายไว้ติดกันครับ คนเสื้อแดง ดูดีใจอย่างมาก ผมขออธิบายคลิปนี้ ว่าเป็นหนังตัวอย่าง ในกรณีที่นายกอภิสิทธิ์ยุบสภาครับ
สันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าข่าวลือเกิดจาก กลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินเท้ามาจากผ่านฟ้าผ่านฟ้า ตระโกน "ยุบสภาๆๆ!!" มาตลอดทาง ปรากฏว่า เสื้อแดงหลายคนคงเข้าใจผิด คิดว่า ยุบสภาไปแล้ว เลยมีการสื่อสารแบบปากต่อปาก จนบานปลายไปทั้งการชุมนุม
ที่น่าสนใจเพราะวันสองวันที่ผ่านมา ทุกครั้งที่นายกอภสิทธิ์จะแถลงข่าว ทุกคนจะตั้งคำถามว่า "ยุบ - ไม่ยุบ" ซึ่งผมยังไม่มีคำตอบให้ แต่ที่เก็บมาให้ได้ คือหนังตัวอย่าง ในวินาทีแรกที่ คนเสื้อแดง รู้ว่ายุบสภาครับ
ปล.บล็อกนี้เป็นบล็อกแรกหลังเหตุการณ์อันน่าสลด ในค่ำคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 ซึ่งความเห็นของผมได้ถูกบันทึกลงบล็อกไว้แล้ว แต่ขอสงวนในการแสดงออก เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการให้ความเห็นในฐานะนักข่าวภาคสนาม ที่มีความสำคัญในการรายงานข้อเท็จจริง เมื่อวิกฤตคลี่คลายลงไปบ้าง จะนำมาลงบล็อกครับ
ที่ผมบันทึกภาพไว้ เป็น 5 นาทีหลังจากทีข่าวนี้ได้รับการเผยแพร่ออกมา คนเสื้อแดงโห่ร้องดีใจ โบกตีนตบด้วยความสะใจ วิ่งว่อนทั่วลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลร์ด ราวกับกองหน้าทำประตูชัยในนาทีสุดท้ายได้ ลองไปชมดูครับ ภาพมืดหน่อย แสงน้อย ลองฟังเสียงดูครับ
อีกหนึ่งภาพ ถ่ายไว้ติดกันครับ คนเสื้อแดง ดูดีใจอย่างมาก ผมขออธิบายคลิปนี้ ว่าเป็นหนังตัวอย่าง ในกรณีที่นายกอภิสิทธิ์ยุบสภาครับ
สันนิษฐานเบื้องต้น เชื่อว่าข่าวลือเกิดจาก กลุ่มคนเสื้อแดงที่เดินเท้ามาจากผ่านฟ้าผ่านฟ้า ตระโกน "ยุบสภาๆๆ!!" มาตลอดทาง ปรากฏว่า เสื้อแดงหลายคนคงเข้าใจผิด คิดว่า ยุบสภาไปแล้ว เลยมีการสื่อสารแบบปากต่อปาก จนบานปลายไปทั้งการชุมนุม
ที่น่าสนใจเพราะวันสองวันที่ผ่านมา ทุกครั้งที่นายกอภสิทธิ์จะแถลงข่าว ทุกคนจะตั้งคำถามว่า "ยุบ - ไม่ยุบ" ซึ่งผมยังไม่มีคำตอบให้ แต่ที่เก็บมาให้ได้ คือหนังตัวอย่าง ในวินาทีแรกที่ คนเสื้อแดง รู้ว่ายุบสภาครับ
ปล.บล็อกนี้เป็นบล็อกแรกหลังเหตุการณ์อันน่าสลด ในค่ำคืนวันที่ 10 เมษายน 2553 ซึ่งความเห็นของผมได้ถูกบันทึกลงบล็อกไว้แล้ว แต่ขอสงวนในการแสดงออก เพราะต้องการหลีกเลี่ยงการให้ความเห็นในฐานะนักข่าวภาคสนาม ที่มีความสำคัญในการรายงานข้อเท็จจริง เมื่อวิกฤตคลี่คลายลงไปบ้าง จะนำมาลงบล็อกครับ
Labels:
ยุบสภา,
ราชประสงค์,
เสื้อแดง
09 เมษายน 2010
ภาพจากภาคสนาม ที่ไทยคม ลาดหลุมแก้ว
| Tweet |
|
วันนี้ผมพยายามรีบเดินทางจากราชประสงค์ไปที่ สถานีดาวเทียมไทยคม ที่ลาดหลุมแก้ว
แต่สุดท้ายก็ไปไม่ทันช่วงจังหวะที่ เสื้อแดง ประชิดกับ ทหาร แต่ก็ยังทันเหตุการณ์สำคัญๆอีกหลายเหตุการณ์ เช่น บรรยากาศการเจรจาระหว่าง 3 แกนนำ คนเสื้อแดง ณัฐวุฒิ - การุณ - จตุพร กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ผอ.ศูนย์ดาวเทียมไทยคม การพูดคุยกินเวลา 30 นาที ลองไปดูบรรยากาศที่อาจจะหาดูไม่ได้ตามทีวีครับ เนื้อหาการเจรจาช่วงนี้ ยังเน้นหนักเรื่องของ อาวุธที่เสื้อแดงยึดมาได้จากทหาร มากกว่า เรื่องการต่อสัญญาน
อีกภาพหนึ่งที่ผม ถ่ายมาได้คือ หลังจากที่ คนเสื้อแดงประสบความสำเร็จในการต่อสัญญาน PTV เข้ากับรถถ่ายทอดสดแล้ว บรรยากาศการเดินเท้าออกจาก สถานีดาวเทียมไทยคม กลับเห็นทหารและคนเสือแดง ที่ 2 ชม.ก่อนหน้านี้ยืนประจันหน้า มีแก๊ซน้ำตาปกคลุม แต่ท้ายที่สุดทั้งสองฝั่งกลับจับไม้จับมือ เดินออกจากสถานีดาวเทียมไทยคม
เนื้อหา และ ความคิดเห็นขอติดไว้ก่อนครับ เหนื่อยและเมื่อยมากวันนี้ พรุ่งนี้ต้องออกไปรายงานสดแต่เช้าเหมือนเดิม มีเวลาว่างๆจะมาเขียนเล่าให้ฟังอีกทีครับ
แต่สุดท้ายก็ไปไม่ทันช่วงจังหวะที่ เสื้อแดง ประชิดกับ ทหาร แต่ก็ยังทันเหตุการณ์สำคัญๆอีกหลายเหตุการณ์ เช่น บรรยากาศการเจรจาระหว่าง 3 แกนนำ คนเสื้อแดง ณัฐวุฒิ - การุณ - จตุพร กับ เจ้าหน้าที่ตำรวจ และ ผอ.ศูนย์ดาวเทียมไทยคม การพูดคุยกินเวลา 30 นาที ลองไปดูบรรยากาศที่อาจจะหาดูไม่ได้ตามทีวีครับ เนื้อหาการเจรจาช่วงนี้ ยังเน้นหนักเรื่องของ อาวุธที่เสื้อแดงยึดมาได้จากทหาร มากกว่า เรื่องการต่อสัญญาน
อีกภาพหนึ่งที่ผม ถ่ายมาได้คือ หลังจากที่ คนเสื้อแดงประสบความสำเร็จในการต่อสัญญาน PTV เข้ากับรถถ่ายทอดสดแล้ว บรรยากาศการเดินเท้าออกจาก สถานีดาวเทียมไทยคม กลับเห็นทหารและคนเสือแดง ที่ 2 ชม.ก่อนหน้านี้ยืนประจันหน้า มีแก๊ซน้ำตาปกคลุม แต่ท้ายที่สุดทั้งสองฝั่งกลับจับไม้จับมือ เดินออกจากสถานีดาวเทียมไทยคม
เนื้อหา และ ความคิดเห็นขอติดไว้ก่อนครับ เหนื่อยและเมื่อยมากวันนี้ พรุ่งนี้ต้องออกไปรายงานสดแต่เช้าเหมือนเดิม มีเวลาว่างๆจะมาเขียนเล่าให้ฟังอีกทีครับ
06 เมษายน 2010
บรรยากาศ ท้องถนน 'ของคนเสื้อแดง'
| Tweet |
|
ชมภาพบรรยากาศ บนท้องถนน ทั้งที่สีลม - เพลินจิต - ถนนวิทยุได้ครับ มีทั้ง ร้องรำ-ทำเพลง บ้างก็สนุกสนานเสียวซ่าน แบบไคโยตี้อย่างในภาพนี้ก็มีครับ
ส่วนภาพรวม คนเสื้อแดง กำลังเหิมเกริมครับ และ บรรยากาศบนท้องถนนค่อนข้างสนุกสนานจริงๆ ร้องรำ-ทำเพลง กันอย่างเมามันส์ครับ อย่างภาพนี้ที่แยก เพลินจิต ที่หน้าตึก Wave Place
อันนี้เป็นที่ ถนนวสีลม ช่วง 14:30น. ครับ
สถานการณ์ความตึงเครียด กดดันโดยตรงกับภาวะเศรษฐกิจโดยเฉพาะกับภาวะการค้าขาย ใจกลางเมืองที่สี่แยกราชประสงค์หลังจากคนเสื้อแดง ปักหลักชุมนุมเข้าสู่วันที่ 4 และ ครบ 3 วันตามประกาศ ศอ.รส.ฉบับที่ 5 ที่ร้องขอให้ผู้ชุมนุมออกจากจุดที่ตั้งที่แยกราชประสงค์ แต่ภาพรวมในวันที่ 4 กลับเป็นตรงข้ามกับความประสงค์ของรัฐบาล เพราะคนเสื้อแดงกับฮึกเหิมจากแรงกระเพื่อมเรื่อง ความตั้งใจ 'สลายการชุมนุมของทหาร' ทำให้มีผู้ชุมนุมมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก
ภาพอารมณ์ความกดดันแบบนี้ หลายคนนึกย้อนไปถึง ช่วง สงกรานต์เดือดในปีที่แล้ว ที่หลายๆอย่างคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะภาพความฮึกเหิมของคนเสื้อแดงที่มีมากในช่วงตอนต้น แต่สุดท้าย ในปีที่แล้วฝั่งผู้ชุมนุมเสื้อแดงกลับเพลี่ยงพล้ำ ใช้ความรุนแรงก่อน ทำให้ความชอบธรรมในการสลายการชุมนุมของรัฐบาลมีสูง แต่ปีนี้ดูเหมือนว่า คนเสื้อแดงจะเตรียมการมาดีกว่าอย่างเก็นได้ชัด การที่รัฐบาลจะใช้กำลังสลายการชุมนุมก็ทำได้ยาก แม้ทหารจะมีแผนการชัดเจนแล้วในการสลายการชุมนุม แต่ตัวของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองที่ยังไม่กล้า เพราะภาพความรุนแรงจะส่งผลกระทบในวงกว้าง และ เรื่องของคะแนนความนิยม
หลายคนคาดการณ์ว่า ถ้าท่าทีของเสื้อแดง ยังแข็งกร้าวต่อคำเตือนของ ศอ.รส.แบบนี้ การสลายการชุมนุมดูจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่รัฐบาลต้องหาเวลาที่เหมาะสม ที่สร้างความชอบธรรมให้ได้มากที่สุด รวมถึงเรื่องของจังหวะในการปฏิบัติการ ที่มักจะเลือกช่วง เช้ามือ ในการสลายการชุมนุม ซึ่งต้องจับตาในช่วงกลางดึกถึงรุ่งเช้าพรุ่งนี้ ว่าจะมีมากขึ้นหรือไม่ เพราะภาพความอ่อนแอที่เกิดขึ้นช่วยสายๆวันนี้ ไม่น่าจะใช่พลังขั้นสูงสุดของทหาร แต่เป็นเพียงยุทธศาสตร์ล่อเป้าเพื่อประเมินเหตุการณ์เท่านั้น
แต่ถ้าถึงเช้าวันพรุ่งนี้ ยังไม่มีภาพการสลายการชุมนุมอย่างชัดเจน แรงกดดันจะสวิงกลับมาอยู่ที่ฝั่งรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพราะการชุมนุมใจกลางเมืองที่สร้างผลกระทบให้กับเศรษฐกิจไทยวันละหลายล้านบาทจะก้าวเข้าสู่วันที่ 5 แลยิ่งเมื่อเวลาผ่านไปประชาชนที่แม้จะชิงชังรังเกียจเสื้อแดง แต่อาจจะ 'จำเป็น' ต้องเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ส่วนภาพรวม คนเสื้อแดง กำลังเหิมเกริมครับ และ บรรยากาศบนท้องถนนค่อนข้างสนุกสนานจริงๆ ร้องรำ-ทำเพลง กันอย่างเมามันส์ครับ อย่างภาพนี้ที่แยก เพลินจิต ที่หน้าตึก Wave Place
อันนี้เป็นที่ ถนนวสีลม ช่วง 14:30น. ครับ
สถานการณ์ความตึงเครียด กดดันโดยตรงกับภาวะเศรษฐกิจโดยเฉพาะกับภาวะการค้าขาย ใจกลางเมืองที่สี่แยกราชประสงค์หลังจากคนเสื้อแดง ปักหลักชุมนุมเข้าสู่วันที่ 4 และ ครบ 3 วันตามประกาศ ศอ.รส.ฉบับที่ 5 ที่ร้องขอให้ผู้ชุมนุมออกจากจุดที่ตั้งที่แยกราชประสงค์ แต่ภาพรวมในวันที่ 4 กลับเป็นตรงข้ามกับความประสงค์ของรัฐบาล เพราะคนเสื้อแดงกับฮึกเหิมจากแรงกระเพื่อมเรื่อง ความตั้งใจ 'สลายการชุมนุมของทหาร' ทำให้มีผู้ชุมนุมมากขึ้นกว่าเดิมไปอีก
ภาพอารมณ์ความกดดันแบบนี้ หลายคนนึกย้อนไปถึง ช่วง สงกรานต์เดือดในปีที่แล้ว ที่หลายๆอย่างคล้ายคลึงกัน โดยเฉพาะภาพความฮึกเหิมของคนเสื้อแดงที่มีมากในช่วงตอนต้น แต่สุดท้าย ในปีที่แล้วฝั่งผู้ชุมนุมเสื้อแดงกลับเพลี่ยงพล้ำ ใช้ความรุนแรงก่อน ทำให้ความชอบธรรมในการสลายการชุมนุมของรัฐบาลมีสูง แต่ปีนี้ดูเหมือนว่า คนเสื้อแดงจะเตรียมการมาดีกว่าอย่างเก็นได้ชัด การที่รัฐบาลจะใช้กำลังสลายการชุมนุมก็ทำได้ยาก แม้ทหารจะมีแผนการชัดเจนแล้วในการสลายการชุมนุม แต่ตัวของ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์เองที่ยังไม่กล้า เพราะภาพความรุนแรงจะส่งผลกระทบในวงกว้าง และ เรื่องของคะแนนความนิยม
หลายคนคาดการณ์ว่า ถ้าท่าทีของเสื้อแดง ยังแข็งกร้าวต่อคำเตือนของ ศอ.รส.แบบนี้ การสลายการชุมนุมดูจะเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่รัฐบาลต้องหาเวลาที่เหมาะสม ที่สร้างความชอบธรรมให้ได้มากที่สุด รวมถึงเรื่องของจังหวะในการปฏิบัติการ ที่มักจะเลือกช่วง เช้ามือ ในการสลายการชุมนุม ซึ่งต้องจับตาในช่วงกลางดึกถึงรุ่งเช้าพรุ่งนี้ ว่าจะมีมากขึ้นหรือไม่ เพราะภาพความอ่อนแอที่เกิดขึ้นช่วยสายๆวันนี้ ไม่น่าจะใช่พลังขั้นสูงสุดของทหาร แต่เป็นเพียงยุทธศาสตร์ล่อเป้าเพื่อประเมินเหตุการณ์เท่านั้น
แต่ถ้าถึงเช้าวันพรุ่งนี้ ยังไม่มีภาพการสลายการชุมนุมอย่างชัดเจน แรงกดดันจะสวิงกลับมาอยู่ที่ฝั่งรัฐบาลอย่างเต็มที่ เพราะการชุมนุมใจกลางเมืองที่สร้างผลกระทบให้กับเศรษฐกิจไทยวันละหลายล้านบาทจะก้าวเข้าสู่วันที่ 5 แลยิ่งเมื่อเวลาผ่านไปประชาชนที่แม้จะชิงชังรังเกียจเสื้อแดง แต่อาจจะ 'จำเป็น' ต้องเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
Labels:
ราชประสงค์,
สีลม,
เพลินจิต,
เสื้อแดง
เดินสัมภาษณ์ 'เสธ.แดง' จนโดนด่า 'ไอ้ส้นตีน!'
| Tweet |
|
ประจวบเหมาะกับช่วงเวลาที่ เกิดเหตุระเบิดที่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ปรากฏตัวที่จุดระเบิดก่อนหน้าไม่เกิน 2 ชั่วโมง แน่นอนว่าด้วยทั้งชื่อเสียง และ กิตติศัพท์ หลายคนอดเชื่อมโยงเหตุการณ์ทั้งสองนี้ ว่าน่าจะอยู่เหนือความบังเอิญ จังหวะดีที่ผมได้เจอ 'เสธ.แดง' ที่บริเวณแยกชิดลม จังหวะที่นายทหารท่านนี้กำลังเดินเท้าเข้าไปทักทายกับแกนนำคนเสื้อแดงทั้ง 3 คนที่บริเวณหลังเวที
แน่นอนประเด็นแรงที่ผมถามคือเรื่องจังหวะ 'บังเอิญ' ที่ เสธ.แดง ไปปรากฏตัวที่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่เกิดเหตุระเบิด นอกจากประเด็นเรื่อง M79 แล้ว ผมให้เสธ.แดง ประเมินสถานการณ์ทางการเมือง แบบ 'เสธ.แดง' มอง ไม่น่าเชื่อว่าการพูดคุยบนท้องถนน ที่กินเวลาไม่ถึง 10 นาที จะบานปลายจน 'เสธ.แดง' ไม่พอใจกับบางคำถามของผม จนตระโกนด่า 'ไอ้ส้นตีน!' และ 'เขกหัว' ผม เป็นของแถม ไปติดตามฟังการสัมภาษณ์ทั้งหมดกันครับ
จังหวะที่ผมโดนด่า เสธ.แดง พูดถึงชัยชนะของคนเสื้อแดงที่กำลังมาถึง โดยเปรียบเทียบประเทศไทยกับ 'ฝรั่งเศส - จีน - รัสเซีย' จนผมอดพูดไม่ได้ว่า "พูดถึง 3 ประเทศนี้ อดคิดถึงการทำปฏิวัติไม่ได้นะครับ" อยู่ที่นาทีที่ 4 ครับ วินาทีที่ 4.20 ผมโดน เสธ.แดง เขกหัว
ติดตามการเดินสัมภาษณ์ 'เสธ.แดง' ครับ
เพิ่มเติม: 17 พฤษภาคม 2553 หลังรายงานการเสียชีวิตของ เสธ.แดง
"เสธ.ครับ ผมมีโอกาสสัมภาษณ์เสธ.หนึ่งครั้ง เสธ.เขกหัวผมหนึ่งที ถ้าผมทำอะไรไปไม่เหมาะสม ให้อภัยผมนะครับ ขอให้เสธ.หลับสบาย ผมชื่นชอบความใฝ่รู้ของเสธ.ที่จบถึง 5 ปริญญา มีหลายสิ่งที่ผมสามารถเรียนรู้ได้จากชีวิตของเสธ.ครับ"
RIP Seh. Daeng.
แน่นอนประเด็นแรงที่ผมถามคือเรื่องจังหวะ 'บังเอิญ' ที่ เสธ.แดง ไปปรากฏตัวที่ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ในวันที่เกิดเหตุระเบิด นอกจากประเด็นเรื่อง M79 แล้ว ผมให้เสธ.แดง ประเมินสถานการณ์ทางการเมือง แบบ 'เสธ.แดง' มอง ไม่น่าเชื่อว่าการพูดคุยบนท้องถนน ที่กินเวลาไม่ถึง 10 นาที จะบานปลายจน 'เสธ.แดง' ไม่พอใจกับบางคำถามของผม จนตระโกนด่า 'ไอ้ส้นตีน!' และ 'เขกหัว' ผม เป็นของแถม ไปติดตามฟังการสัมภาษณ์ทั้งหมดกันครับ
จังหวะที่ผมโดนด่า เสธ.แดง พูดถึงชัยชนะของคนเสื้อแดงที่กำลังมาถึง โดยเปรียบเทียบประเทศไทยกับ 'ฝรั่งเศส - จีน - รัสเซีย' จนผมอดพูดไม่ได้ว่า "พูดถึง 3 ประเทศนี้ อดคิดถึงการทำปฏิวัติไม่ได้นะครับ" อยู่ที่นาทีที่ 4 ครับ วินาทีที่ 4.20 ผมโดน เสธ.แดง เขกหัว
ติดตามการเดินสัมภาษณ์ 'เสธ.แดง' ครับ
เพิ่มเติม: 17 พฤษภาคม 2553 หลังรายงานการเสียชีวิตของ เสธ.แดง
"เสธ.ครับ ผมมีโอกาสสัมภาษณ์เสธ.หนึ่งครั้ง เสธ.เขกหัวผมหนึ่งที ถ้าผมทำอะไรไปไม่เหมาะสม ให้อภัยผมนะครับ ขอให้เสธ.หลับสบาย ผมชื่นชอบความใฝ่รู้ของเสธ.ที่จบถึง 5 ปริญญา มีหลายสิ่งที่ผมสามารถเรียนรู้ได้จากชีวิตของเสธ.ครับ"
RIP Seh. Daeng.
Labels:
ประชาธิปัตย์,
เสธ.แดง,
เสื้อแดง
05 เมษายน 2010
Short Interview with Red-Shirts at Rajprasong
| Tweet |
|
Another interview with couple of red-shirts who settled at Rajprasong junction for the second day.
The reason that the interview falls shorter than I expected was because there was one red-shirt who interrupted the interview and also the red-shirt lady suddenly reluctant to talk with me.
On our talks, the protesters were confirming their movement to Rajprasong junction that it is a legally action especially comparing their movement to PAD's Suvannabhumi closure.
Let's hear them out:
Continue to the latter part:
The reason that the interview falls shorter than I expected was because there was one red-shirt who interrupted the interview and also the red-shirt lady suddenly reluctant to talk with me.
On our talks, the protesters were confirming their movement to Rajprasong junction that it is a legally action especially comparing their movement to PAD's Suvannabhumi closure.
Let's hear them out:
Continue to the latter part:
Labels:
ราชประสงค์,
เสื้อแดง
รายงาน 'สลายการชุมนุม' พันธมิตร 1 ปีที่แล้ว
| Tweet |
|
ช่วงนี้รัฐบาลพยายามตอกย้ำวิธีการจัดการ กับการชุมนุมของคนเสื้อแดง ด้วยการร้องขอ และ บังคับใช้กฏหมาย ให้ออกจากแยกราชประสงค์ แต่ก็ยังมีเสียงจากเวทีเสื้อแดง ว่ารัฐจะใช้กำลังทหาร-ตำรวจ สลายการชุมนุม ผมเลยเอารายงานเก่า สมัยการชุมนุมของ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาให้ดู ว่า 'การสลายการชุมนุม' บรรยากาศเป็นอย่างไร ก่อนบรรยากาศทางการเมืองอาจจะร้อนระอุอย่างชัดเจนขึ้นในอีก 2-3 วันที่จะถึงนี้ครับ
รายงานชิ้นนี้ ช่วงวันที่ 8-9 ตุลาคม 2551 ครับ
รายงานชิ้นนี้ ช่วงวันที่ 8-9 ตุลาคม 2551 ครับ
Labels:
ตำรวจ,
พันธมิตร,
ม็อบ,
เสื้อเหลือง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
