คำพูดของต้นไม้ – คำพูดของคน
[เดิมทีบทความนี้จะตีพิมพ์ลงในนิตยสารเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับวันศุกร์ที่10ธันวาคม ผมเลยยังไม่ได้นำบล็อกนี้มาโพสครับ ซึ่งหลังมีการจัดวางลำดับหน้าแล้ว บทความนี้ต้องเลื่อนไปตีพิมพ์ฉบับต่อไป ซึ่งผมได้ขอ @can_nw มาลงในบล็อกก่อน ก่อนที่ประเด็นจะล่าช้าไป]
7,500 คน คือจำนวนสมาชิกคร่าวๆของกลุ่ม Big Trees กลุ่มเคลื่อนไหวทางเฟซบุค เพื่อรณรงค์อนุรักษ์ต้นไม้ ซึ่งมีคำโปรยในหน้าเพจ เพื่อเป็นการแนะนำตัวเองอย่างคร่าวๆว่า "ต้นไม้พูดไม่ได้ หนีก็ไม่ได้ ไม่เคยทำร้ายใคร มีแต่ให้ร่มเงา ให้อากาศ ให้ ความรื่นรมย์กับมนุษย์มาโดยตลอด สุดท้ายก็ถูกตัด ถูกฟันด้วยน้ำมือของมนุษย์ มีใครจะกล้าลุกขึ้นมาพูดในนามของต้นไม้บ้างไหม?"ผมยอมรับว่าไม่ได้มีพฤติกรรมอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างแข็งขันนัก บ้างครั้งก็ใช้กระดาษทิชชู่สิ้นเปลืองเวลาเช็ดมือ บางครั้งก็ไม่ได้เอ่ยปากห้ามพนักงานเซเว่น ว่าไม่ต้องใช้ถุงพลาสติกได้สิ้นเปลืองขนาดนั้นก็ได้ ใช่ครับ บางครั้งผมก็ละเลยธรรมชาติ แต่ผมก็สนใจการเคลื่อนไหวของกลุ่ม Big Trees มาตลอด
และแม้ว่าผมจะเป็นคนที่ไม่สามารถจำแนกตัวเองออกมาว่าเป็น “คนที่รักษ์ธรรมชาติ” ได้เหมือนหลายๆคน แต่กรณีการตัดต้นไม้ในซอยสุขุมวิท35 ฝั่งตรงข้ามห้างเอ็มโพเรี่ยม ก็สร้างความหงุดหงิดใจให้ผมมากทีเดียว ด้วยปัจจัยเรื่องของตัวบุคคล
ผมทราบข่าวการลงมือตัดต้นไม้ที่ซอย35 ในวันจันทร์ 29 พฤศจิกายน วันนั้นมีการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ (แหม่.. เลือกวันดีซะด้วย เลือกวันที่มีประเด็นข่าวใหญ่ ข่าวตัดต้นไม้เลยไม่ค่อยมีพื้นที่ในการรายงานนัก) ผมได้รับรายงานข่าว ยืนยันว่าต้นไม้ถูกตัดไปทีละต้นๆ บางต้นใหญ่หน่อยอาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง บางต้นเล็กหน่อยก็ใช้เวลาน้อยหน่อย แต่วันนั้น ชีวิตของต้นไม้หลายต้น ก็ค่อยๆสิ้นสุดลง
ผมเดินทางไปติดตามทำข่าวการตัดต้นไม้ที่ซอยสุขุมวิท 35 ด้วยความใคร่รู้ ถึงสถานการณ์ในฐานะนักข่าวคนหนึ่ง ไม่ใช่นักกิจกรรม และไม่ใช่นักเคลื่อนไหวรณรงค์ ทำให้ได้ข้อมูลว่าทางกลุ่ม Big Trees เข้าใจดีว่าเจ้าของพื้นที่ มีสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ในการตัดต้นไม้และปรับปรุงสภาพพื้นที่ แต่การออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ เพื่อขอความเห็นใจจากเจ้าของพื้นที่ ให้พยายามหาทางออกที่สามารถรักษาชีวิตของต้นไม้ไว้ และเจ้าของพื้นที่ก็ยังสามารถปรับปรุงสภาพพื้นที่ของตัวเองเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจต่อไปในภายภาคหน้าได้
กลุ่ม Big Trees ได้ดำเนินการหาทางออกไว้ หลังมีคนบริจาคเงินสมทบไว้เป็นค่าใช้จ่ายในล้อมต้นไม้ เพื่อไปปลูกต่อที่อื่น ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าของพื้นที่ก็รับปาก แต่ถึงวันนี้กลับมีการดำเนินการตัดต้นไม้อยู่ ที่ผ่านมาทางกลุ่ม ได้เน้นย้ำว่าไม่ได้มีเจตนาในการโจมตีเจ้าของพื้นที่ ไม่ได้อยากมาชี้นิ้วด่าใคร แต่ร้องขอให้มีการทำงานร่วมกัน เพื่อหาทางออกให้กับปัญหานี้ เพราะเข้าใจว่าทุกคนล้วนรักต้นไม้ และอยากรักษาธรรมชาติเหมือนกัน
อันนั้นเป็นข้อมูลจากทางกลุ่ม Big Trees เรามาฟังข้อมูลและคำสัมภาษณ์จากทางฝั่งภาครัฐกันบ้าง (ฝั่งเจ้าของพื้นที่ ปิดตัวเองจากผมเด็ดขาดครับ ติดต่อไม่ได้ทุกทาง)
“ตอนนี้เราได้รับคำยืนยันจากเจ้าของสถานที่แล้ว ว่าเขาจะรักษาต้นไม้ไว้ ไม่ต้องเป็นห่วง” คำยืนยันจาก นายบัณฑิต วินิจฉัยกุล ผู้อำนวยการเขตวัฒนา ตัวแทนภาครัฐ ที่ส่งเสียงคำตอบให้กับบรรดากลุ่มเคลื่อนไหว เป็นเสียงที่ผมพอจะได้ยินบ้าง ท่ามกลางเสียงเลื่อยไฟฟ้าที่ยังเดินหน้าตัดต้นไม้อยู่ ณ นาทีเดียวกับที่ ผอ.เขตวัฒนาบอกคำนี้
“เอ๊ะ แต่ถ้าเจ้าของ สัญญาว่าจะรักษาต้นไม้ไว้ แล้วทำไมตอนนี้ยังมีการตัดต้นไม้อยู่ครับ?” ผมถามแทรกเสียงเลื่อยไฟฟ้าที่ดังก้องหูผมอยู่ ถามคำถามนี้ไปเผื่อว่าผอ.บัณฑิต อาจจะไม่ได้ยินเสียงนั้น ตอนตอบคำตอบเมื่อตะกี้นี้
“คือรับรองว่าเจ้าของจะไม่ตัดต้นใหญ่ ที่ต้องตัด ก็คือต้นไม้เล็ก เพื่อถางที่ เพื่อให้สามารถเคลื่อนย้ายต้นไม้ใหญ่ออกมาได้” ผอ.เขตวัฒนา ยืนกราน ซึ่งสำหรับผม มันฟังดูเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจากการปกป้องเจ้าของพื้นที่ ผู้ที่กำลังดำเนินการตัดต้นไม้อยู่ทีละต้นๆ
“ยังไงขอให้น้องๆเชื่อใจพี่แล้วกัน ว่าเจ้าของเขารักต้นไม้จริงๆ ขอเวลาอีก2วัน เขาจะมาให้คำตอบ” ผู้อำนวยการเขตวัฒนา ยืนยันในความเชื่อใจที่มีต่อเจ้าของพื้นที่ (ผู้ซึ่งเป็นเอกชน)
ระหว่างนั้น เสียงเลื่อยไฟฟ้าก็ยังคงทำงานอยู่ ต่างตรงที่แต่เดิม เสียงมันเสียดแทงเข้าไปที่ต้นไม้แต่ละต้น แต่ตอนนี้มันเริ่มเสียดแทงเข้าไปในจิตใจของผม
“แล้วเราจะไว้ใจได้ยังไงละครับว่าอีก2วันจะหยุดตัด แล้วจะมีการย้ายต้นไม้? เพราะตอนนี้ก็เห็นกันจะๆ ว่ากำลังตัดอยู่” ผมปล่อยคำถาม ด้วยความหวังสุดท้าย
“เอาว่าพี่เชื่อใจเค้าละกันน่า! ดูสิเขาส่งเอกสารมาด้วย อ่านดูแล้วก็พอยืนยันได้ว่าเขาก็รักธรรมชาติรักต้นไม้ดี!” คำตอบของผู้อำนวยการเขตวัฒนา ดังมากพอ ที่จะสอดแทรกเสียงเลื่อยไฟฟ้าที่กำลังตัดต้นไม้อยู่ แต่เสียงที่เบาหวิวไป คือความเข้าใจในหัวผม ที่แต่เดิมคิดไปเองมาตลอด ว่าผู้อำนวยการเขต เป็นพนักงานของรัฐ ที่ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ใช่เข้าข้างเอกชน
วันที่สัมภาษณ์ผอ.เขตวัฒนา คือวันที่30พฤศจิกายน หลังสัมภาษณ์เสร็จ ผมเดินทางกลับมาเขียนข่าวที่ออฟฟิซ ด้วยความเชื่อใจ ที่มีต่อคำพูดผอ.เขตวัฒนา นายบัณฑิต วินิจฉัยกุล ที่มีแทบเท่ากับศูนย์ แต่เมื่อคนระดับผู้อำนวยการเขต ยืนยันอย่างนั้น ผมเลยตัดสินใจให้เกียรติในคำพูด และสัญญาว่าจะเฝ้ารอดูความเคลื่อนไหว ไปอีก2 วัน ตามคำยืนยัน
2 ธันวาคม ครบกำหนด 2 วัน ตามที่ผอ.เขตวัฒนารับปาก ว่าเจ้าของพื้นที่จะมีท่าทีชัดเจน ในการเคลื่อนย้ายต้นไม้ออก แทนที่จะตัด ผมโทรหา ผอ.เขตวัฒนา ปรากฎว่าติดต่อไม่ได้ – ผมเริ่มถอดใจ
4 ธันวาคม (วันสิ่งแวดล้อมไทย) หนึ่งวันก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมได้รับภาพข่าวยืนยัน ว่าต้นไม้ทุกต้นในบริเวณพื้นที่ 3 ไร่ ในปากซอยสุขุมวิท 35 ถูกตัดไปหมดแล้ว (แหม่... ช่างเลือกวันจริงๆ ทั้งวันหยุด และวันที่พื้นที่ข่าวถูกกลบ..อีกครั้ง)
จากวันที่ 29 พฤศจิกายน จนถึงวันที่ 4 ธันวาคม นับได้ 6 วันเต็มที่ต้นไม้ทั้งเล็กใหญ่ ในพื้นที่นั้นถูกตัด ถูกถอน ร่วงหล่นทีละต้นๆ บางต้นใหญ่หน่อยอาจใช้เวลาเป็นชั่วโมง บางต้นเล็กหน่อยอาจใช้เวลาน้อยหน่อย แต่สิ้นสุดวันที่ 4 ธันวาคม พื้นที่ตรงนั้นไม่เหลือต้นไม้ซักต้นแล้ว และพร้อมนำไปจัดสรรเป็นพื้นที่เพื่อการค้าขายได้อย่างพร้อมสรรพ
6 วันเต็มที่เปลี่ยนแปลงความรู้สึกของผมไปมาก จากคนที่ไม่กล้าเรียกตัวเองว่าเป็นพวกรักต้นไม้เท่าไหร่ แต่หลังจากผ่าน 6 วันนี้ไปแล้ว ผมชักจะเริ่มรักต้นไม้มากขึ้นแล้วสินะ
เพราะเป็น 6 วันที่ผมได้ยินเสียงเลื่อยไฟฟ้า ค่อยๆปลิดชีวิตของมัน โดยที่ไม่สามารถบ่นอะไรได้ซักคำ ในขณะที่เสียงของมนุษย์อย่างที่มีความรู้สึก-นึกคิด มีจิตใจอย่าง ผู้อำนวยการเขตวัฒนานายบัณฑิต วินิจฉัยกุล กลับเต็มไปด้วยคำโกหก พลิกแพลง กลับไปกลับมา จนไม่รู้ว่าถ้าประชาชนต้องมาเจอปัญหาหลังจากนี้ อาจจะเป็นเรื่องอะไรก็ได้ แล้วประชาชนจะสามารถออกสิทธิ์ออกเสียงอะไรได้บ้างหรือไม่ ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติตัวเช่นนี้
จะมีก็เพียงคำพูดจากมนุษย์จิตใจดีงาม ที่ผมพอจะเอากลับมาจรรโลงใจได้บ้าง อย่างคำพูดของโจ้-วชิรา รุธิรกนก หนึ่งในอาสาสมัครกลุ่ม Big Trees ที่บอกไว้ว่า
“ต้นไม้มันปลูกอยู่บนดิน แน่นอนว่าเจ้าของต้นไม้ก็คือเจ้าของพื้นที่ตรงนั้น แต่อย่าลืมว่าต้นไม้มันผลิตกิ่งก้านสาขาใบ ซึ่งผลิตอากาศบริสุทธิ์ที่ทุกๆคนเป็นเจ้าของ”
หมายเหตุ: พื้นที่ในซอยสุขุมวิท 35 ที่มีการตัดต้นไม้ มีรายงานยืนยันหลายทางว่าเป็นพื้นที่ของดร.ประสาน ภิรัช บุรี ที่ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียม เตรียมเข้ามาดัดแปลงพื้นที่เป็นแหล่งการค้า ซึ่งก็น่าเสียดายที่ทั้ง2ฝ่ายนี้ ไม่เอื้อมมือลงมาช่วยเหลือกลุ่ม Big Trees ที่พยายามเอื้อมมืออีกข้างไปแล้ว และมีวิธีดำเนินการเสนอไปให้แล้วด้วย
0 comments:
แสดงความคิดเห็น