11 สิงหาคม 2010

ความสุขของผู้ชายอายุ 26

วันแม่ผ่านมาอีกครั้งหนึ่งครับ
12 สิงหาคม 2553 เป็นวันแม่ครั้งที่ 26 ของผม

ทุกขวบปีที่ผ่านไป ที่ผมได้เติบโตขึ้น มุมมองในชีวิตก็จะแตกต่างกันไปเสมอ วันนี้เป็นวันดีครับ ผมเลยอยากเล่าเรื่องของ 'ความสุข'

นึกถึงแม่แล้วก็นึกถึงสมัยที่เป็นเด็ก กับความสุขแบบเด็กๆที่เราออกไปเล่นฟุตบอล ไปแข่งฟุตบอลที่สนามไหนก็จะมีคุณพ่อตามไปถ่ายรูปเก็บไว้เสมอ ทั้งที่ใจเราก็เขินอายเพื่อนๆ ประมาณโตแล้วนะเว้ย!(เตะบอลไปถึงครึ่งสนามได้แล้ว แปลว่าโตแล้ว- น่าตลกสิ้นดีความคิดแบบเด็กๆ) จะต้องให้พ่อตามมาดูแลทำไม

นึกถึงสมัยที่เราเป็นเด็กแล้วพ่อแม่เราตรากตรำทำงาน จำได้ว่าครั้งหนึ่ง ผมเปรยว่าอยากได้วอล์คแมนมาก มันเป็นแกดเจ็ดที่ล้ำสมัยสุดๆในมุมมองของเรา วันหนึ่งผมก็ไม่เดินดูวอล์คแมนที่มาบุญครองกับคุณพ่อ ไปเจอวอล์คแมนสีน้ำเงินสุดสวยอยู่หนึ่งเครื่อง ผมยืนจ้องด้วยตาเป็นมันด้วยความอยากได้ แต่พอเห็นราคาแล้วก็ไม่กล้าขอพ่อซื้อ ไปยืนหน้าร้านทำตาละห้อยอยู่ พ่อเดินผ่านมาเห็นเข้า เลยคะยั้นคะยอ ย้ำแล้วย้ำอีกว่าอยากได้ก็ซื้อไปสิลูกเดี๋ยว ป๊า-ม๊า ซื้อให้ จนผมก็ได้ เจ้าวอล์คแมนมาไว้ในครอบครอง

ภาพจำ 2 เหตุการณ์นี้ ถูกเก็บไว้ในลิ้นชัก ล่วงเลยผ่านช่วงเวลาที่ผมเติบโตขึ้นจากเด็กน้อยเป็น วัยรุ่นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตโลดโผน จนไม่ค่อยได้หันไปเก็บกวาดลิ้นชักแห่งความทรงจำนี้ซักเท่าไหร่ จนมาวันหนึ่ง...

ในวันที่ผมมีอายุ 26 ปี
ผมนัดกับมะม๊าที่สนามกีฬานิมิตรบุตร ไปดูม๊าคุมทีมแข่งแอโรบิก ไม่ต่างจากวันที่ท่านพาผมไปเตะฟุตบอลสมัยเด็ก ผลการประกวดวันนั้นทีมของม๊าผมชนะครับ ม๊ากระโดดดีใจใหญ่ ดีใจแบบที่ผมไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน เห็นแล้วอดคิดไม่ได้ว่าเหมือนเด็กคนหนึ่งกระโดดดีใจ แต่ในมุมของผมมันเป็นภาพที่มีความสุขมาก และไม่น่าจะไปหาซื้อที่ไหนได้ ภาพความสุขเพียงแค่เสี้ยวนาทีเดียวที่เราได้ยินท่านดีใจ กลับเป็นพลังในการทำงานได้อีกนาน

มาวันหนึ่งป๊าผมบ่นว่าโทรทัศน์ที่บ้านชักจะไม่ค่อยเวิร์ก ผมรีบโทรหาพี่สาวตกลงกันว่าปีนี้เราซื้อโทรทัศน์ดีดีให้ป๊า-ม๊าซักเครื่องเถิด ให้ท่านสองคนได้นอนดูทีวีสวยๆอยู่กับที่บ้านในวันพักผ่อน พอคิดได้แล้วก็โทรบอกป๊า-ม๊า ม๊ารีบบอกทันทีเลยว่าไม่เอาลูก พึ่งทำงานใหม่เก็บเงินไว้ทำโน่นทำนี่เหอะ วันอย่างเอมยังต้องมีรายจ่ายอีกเยอะ ผมยืนยันว่าอยากซื้อให้ ถ้าไม่จ่ายทั้งหมด อย่างน้อยก็ต้องมีส่วนร่วมหน่อย ภาพย้อนในวันที่ผมยืนเกาะตู้ขายวอล์คแมนสมัยที่ผมเป็นเด็กกลับมาอีกครั้ง

นึกถึงวอล์คแมนอันนั้นแล้ว ผมจำแทบไม่ได้ว่าป๊า-ม๊าเคยมายืมวอล์คแมนอันนั้นของผมไปฟัง หรือกระทั่งยืมดู ซักครั้งหรือเปล่า นึกย้อนมาวันนี้ทำให้เข้าใจอะไรหลายอย่าง บ่ายวันนั้นที่มาบุญครองป๊าผมไม่ได้ซื้อวอล์คแมนหรอก ท่านกำลังซื้อความสุขและพลังใจในการทำงานต่างหาก เหมือนอย่างที่ผมกำลังซื้อทีวีให้ป๊า-ม๊า ผมก็ไม่ได้ซื้อทีวีหรอก แต่ผมกำลังซื้อความสุขให้ตัวผมเอง แบบที่ผมไม่เคยได้ความรู้สึกนี้จากที่ไหน

นี่แหละครับ ความสุขของผู้ชายอายุ26 เรื่องอื่นๆรอบข้างในชีวิตมันเป็นแค่องค์ประกอบครับ ทั้งรางวี่รางวัล คำยกย่อง-คำชม ไปจนถึงคำวิจารณ์ พอถึงวันหนึ่งเราก็จะคิดได้ว่าสิ่งที่ทำให้มุงมั่นตั้งใจทำงานจริงๆ ก็คือครอบครัวเรานี่แหละครับ

บล็อกนี้อุทิศให้ป๊า-ม๊าครับ ไม่เกี่ยวกับข่าวใดๆ ไม่เกาะกระแส เขียนให้แม่ล้วนๆ อาจจะเพ้อฝันไปนิด แต่ทำยังไงได้ครับ ถ้าคนเราเกิดมาเป็นคนช่างฝัน และดันโชคดีที่เติบโตมากับคุณแม่ที่เชื่อในตัวเรา

"It's great to have your mother as a believer, especially when you were born a dreamer"

5 comments:

  1. ^_^ อ่านแล้วยิ้ม..

    ตอบลบ
  2. เอาซะซึ้งเลยนายเอม.. เด็กๆนี่เด็กขนาดไหนหว่า สมัยเด็กๆ ซนขนาดเลยนะเราเนี่ย ไม่น่าเชื่อว่าจะมีมุมที่น่าภูมิใจเก็บไว้จนวันนี้เลย สุดยอดเลยค้าบเพื่อน..

    ตอบลบ
  3. น่ารักดีค่ะบางครั้งเราได้เล่าเรื่องความทรงจำดีๆของเราให้ใครฟังก็มีความสุขไปอีกแบบนะยิ่งเป็นความทรงจำความรู้สึกที่มีต่อความครัวแล้ว1หน้ากระดาษไม่พอแน่ๆค่ะ....

    ตอบลบ
  4. ชอบครับ น้องเอม

    ตอบลบ
  5. อีฟ13/8/10 16:21

    ผลของความกตัญญูแน่นอนพี่เอม

    ตอบลบ

Related Posts with Thumbnails