03 มิถุนายน 2010

คำชี้แจงจากผู้ค้าสยาม ถึง ท่าน@korbsak

เกาะติดการเยียวยาผู้ค้าโรงหนังสยามครับ

วันนี้ผมไปดูบรรยากาศการม็อบเช็ค 50,000 บาทให้กับผู้สูญเสีย ที่นอกจากนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเดินทางมาต้อนรับด้วยตนเอง ยังมีคุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ลงมาพูดคุยเจาะถึงปัญหานี้ด้วยตนเอง ลองไปชมภาพบรรยากาศคร่าวๆครับ



การเข้าถึงของผู้บริหารระดับสูง สร้างความสุขเล็กๆให้กับผู้ค้าในวันนี้ครับ แต่อย่างไรก็ตาม ความช่วยเหลือเบื้องต้นยังไม่เพียงพอกับสิ่งที่ผู้ค้าสูญเสียไป ผมได้รับจดหมายจากหนึ่งในผู้ค้าโรงหนังสยามที่สูญสิ้นร้านค้าของตนเอง ซึ่งประสงค์จะนำเรียนต่อ ท่านกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้ ซึ่งเบื้องต้นการได้คุยกับท่านผ่านทวิตเตอร์ช่วงค่ำวันนี้(3 มิถุนายน 2553) ก็เป็นการส่งสัญญานบวกถึงการรับฟังและเจตนาเข้าถึง

(บทสนทนาในทวิตเตอร์)
@noppatjak: แม่ค้าสยามฝากให้ท่านประสานงานกับสำนักทรัพย์สินจุฬา เน้นเรื่องความเป็นธรรมในการจัดสรรพื้นที่ครับ
@korbsak: ทราบว่าจับฉลากกัน มีกลิ่นแจ้งด้วยครับ
@noppatjak: มีกลิ่นแล้วครับ คนในสำนักผูกพันธ์กับผู้ค้ากลุ่มเล็กๆกลุ่มหนึ่ง ผมจะรวบรวมข้อมูลลงบล็อกจะส่งให้ท่านอีกทีครับ
@korbsak: ขอเร็วหน่อยนะครับ สงสารเขา

(ข้างล่างนี้คือจดหมายชี้แจงรายละเอียดจากหนึ่งในผู้ค้าใต้โรงหนังสยาม ตั้งใจอธิบายให้เห็นภาพมากที่สุด ผมไม่ได้เติมความเห็นหรือใส่รายละเอียดใดๆทั้งสิ้นครับ)

เพื่อให้เห็นภาพคร่าว ๆ ของผู้เสียหายย่านสยามสแควร์ ดังนั้นจะแบ่งผู้เสียหายออกเป็นหลาย ๆ กลุ่มประเภทค้าขายได้ ดังต่อไปนี้
1. ประเภทเจ้าของอาคารพาณิชย์ มีทั้งผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์อาคารซึ่ง ปล่อยให้ผู้ค้ามาเช่าพื้นที่ต่อ หรือ เจ้าของที่ทำการค้าอยู่ภายในตึกของตนเอง
2. ประเภทผู้ประกอบการค้าขายสินค้า เป็นกลุ่มใหญ่ภายในอาคารใต้ และ รอบโรงภาพยนตร์สยาม มีสินค้าตั้งแต่ เสื้อผ้าสำเร็จรูป เสื้อผ้าสั่งตัด เสื้อผ้าสำเร็จรูปนำเข้าจากต่างประเทศ กระเป๋า รองเท้า นาฬิกา เทปซีดี แว่นตา และหนังสือการ์ตูน
3. ประเภทผู้ให้บริการ เช่น ร้านถ่ายอัดรูป โรงเรียนสอนพิเศษ ร้านทำผม ร้านทำเล็บ คลินิคเสริมความงาม ร้านอาหารและเครื่องดื่ม
4. ผู้พักอาศัย ซึ่งบางส่วนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ในอาคารพาณิชย์ และ บางส่วนเช่าชั้นบนของอาคารเป็นที่พัก


ปัญหาที่เกิดขึ้นหลังถูกเพลิงไหม้เสียหาย

1. มาตรการเยียวยาในรูปของตัวเงิน
- เงินเยียวยาเบื้องต้น 50,000 บาท ผู้ค้าส่วนใหญ่ได้รับเงินเยียวยาเบื้องต้นทั้งหมดแล้ว แต่มีบางรายที่มีร้านค้ามากกว่า 1 ร้านขึ้นไป จะได้รับสิทธิเงินเยียวยาเพียง 50,000 บาท ซึ่งผู้ค้าหลายคนเห็นว่าไม่ยุติธรรม เนื่องจากควรใช้เกณฑ์ของจากจำนวนหน้าร้านค้ามากกว่าชื่อของเจ้าของร้านค้า
- เงินกู้ดอกเบี้ยต่ำจากธนาคาร SME พบว่า เกณฑ์การกำหนดวงเงินกู้มี 2 ประเภท ได้แก่ จากฐานรายได้ หรือ จากฐานค่าเช่า ผู้เช่าบางส่วนเป็นผู้เช่าช่วงที่ไม่มีหลักฐานการเช่า รวมถึงไม่มีหลักฐานรายได้ที่แน่ชัด ทำให้ไม่ได้รับวงเงินกู้ตามมูลค่าที่ควรจะได้รับ
- ทางรัฐบาลยังไม่มีนโยบายแน่ชัดที่จะให้การช่วยเหลือเพิ่มเติมในรูปของตัวเงินแก่ผู้ค้าหรือไม่ ซึ่งผู้ค้าแต่ละรายมีความเสียหายไม่เท่ากัน โดยมีผู้เสียหายขนาดกลางถึงขนาดใหญ่หลายรายที่มีมูลค่าเสียหายไม่ต่ำกว่า 2 ล้านบาท แต่ได้รับการเยียวยาเพียง 50,000 บาท บางรายเสียหายทั้งอาคารพาณิชย์ซึ่งเป็นทั้งแหล่งค้าขาย และ ที่พักอาศัย ทำให้ขาดทั้งรายได้ และ สูญเสียที่อยู่อาศัยไปในคราวเดียวกัน 50,000 บาทมันไม่พอสำหรับการตั้งตัวใหม่แน่นอน ข้อมูลที่มีส่วนใหญ่เสียหายในหลัก 300,000 ถึง 20,000,000 ล้านบาท

2. ขาดความโปร่งใสของการใช้งบประมาณจากรัฐบาล ทางทรัพย์สินจุฬา ควรมีการบอกที่มาที่ไปของการใช้จ่ายงบประมาณ

3. ขาดวิธีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพกับผู้ค้าให้เข้าใจ และ รับทราบข้อมูลโดยทั่วถึงกัน เนื่องจากปัจจุบันมีปัญหาเป็นอย่างมาก ที่ผู้ค้าได้รับข้อมูลที่หลากหลาย ทำให้เกิดความสับสน ความกังวล ว่าจะสูญเสียสิทธิที่ตนเองได้รับ

4. ก่อนการดำเนินการใด ๆ ของทางทรัพย์สินจุฬา ควรมีการสอบถามความต้องการที่แท้จริงของผู้เช่า โดยอาจจะสอบถามผ่านแกนนำกลุ่มของผู้เช่า หรือ จัดการประชุมเพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจที่ตรงกัน จะได้ไม่มีปัญหาการรวมกลุ่มเพื่อเรียกร้องเพิ่มเติมในภายหลัง

5. การจัดสรรพื้นที่อาคารกึ่งถาวรที่จะมีในอนาคตควรมีหลักเกณฑ์ที่เป็นธรรม และ โปร่งใส ไม่อยากให้มีการเกี้ยเซี้ยผลประโยชน์กันระหว่างแกนนำกับจุฬา ไม่ว่าในกรณีใด ทุกคนควรมีสิทธิเท่าเทียมกัน

6. ทางผู้เช่าอยากให้มีการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรว่าผู้เช่ามีสิทธิที่จะเช่าตึกที่จะสร้างเสร็จจากงบประมาณของรัฐบาลได้ในอนาคต เนื่องจากการก่อสร้างใช้ระยะเวลานาน ทำให้ผู้เช่าไม่แน่ใจว่า หลังจากการก่อสร้างแล้วเสร็จ อาจเกิดการเปลี่ยนผู้บริหารทรัพย์สินจุฬา หรือ เปลี่ยนรัฐบาลหรือไม่ ทำให้สิทธิในการเช่าอาจเปลี่ยนแปลงตามผู้มีอำนาจ

(ส่วนข้างล่างนี้ผมเขียนเพิ่มครับ)
จากการสอบถาม“ข้อหก” เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากว่า มีผู้เช่าหลากหลายรูปแบบมาก ๆ ต่างคนต่างกลัวกันไปเองว่า ถ้ามีตึกใหม่แล้วตัวเองจะถูกกระเด็นออกมา ทำให้ต่างพยายามดิ้นรนแล้วก็จับกลุ่มเพื่อไปเจรจากับทางทรัพย์สิน ยกตัวอย่างเช่น

เจ้าของอาคารพาณิชย์ที่มาปล่อยเช่า ปกติเป็นเสือนอนกิน ทำให้กลัวว่าถ้ามีตึกใหม่แล้วตัวเองไม่มีสิทธิจะขาดรายได้ เค้าอยากให้เค้ามีสิทธิเหมือนเดิม แล้วค่อยไปปล่อยเช่าช่วงให้แม่ค้าพ่อค้ามาขายของกันใหม่ ส่วนใหญ่กลุ่มนี้ก็น่าสงสารเหมือนกัน เพราะว่าส่วนใหญ่แก่แล้ว ถ้าไม่มีตรงนี้ก็ไม่รู้จะไปทำมาหากินตรงไหน

พวกพ่อค้าแม่ค้า ต่างก็อยากเป็นไท จากเจ้าของอาคาร แบบว่าอยากเช่าตรงกับจุฬาเลย ก็เลยทะเลาะกัน


ซึ่งจุฬาควรจะมีมาตรการที่ชัดเจนไปเลยว่าจะเอายังไง ใครจะได้สิทธิ ใครไม่ได้สิทธิ หรือ จะจัดการแบบไหน เพราะว่ายิ่งปล่อยไว้นะ จะเกิดคลื่นใต้น้ำ ก๊กเหล่ากอ มากมาย เพราะว่าผลประโยชน์ตรงนี้ก็เยอะอยู่

ปล.ทั้งหมดนี้คือเสียงจากผู้ค้าครับ อธิบายเพิ่มเติมว่าผู้ค้าเข้าใจดีว่าที่ผ่านมารัฐบาลพยายามยื่นมือให้ความช่วยเหลืออย่างเร็วที่สุด และไม่ได้มีเจตนาบีบคั้นเพื่อขอการช่วยเหลือที่เกินไป แต่ที่ต้องเร่งชี้แจงเพื่อให้ได้แก้ปัญหาก่อนจะช้าไปครับ

2 comments:

  1. ไม่ระบุชื่อ3/6/10 01:52

    นอกจากผู้ที่สูญเสียจากการถูกไฟไหม้แล้ว ยังมีผู้ที่เดือดร้อนจากการสูญเสียรายได้จากการชุมนุมด้วย ตอนนี้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่มีเงินจะจ่ายค่าเช่า
    ซึ่งคนกลุ่มนี้รัฐบาลยังไม่่มีความชัดเจนเลยว่าจะให้คามช่วยเหลืออย่างไรค่ะ

    ตอบลบ
  2. จะนำเรื่องเข้าหารือในที่ประชุมจันทร์นี้ครับ

    กอร์ปศักดิ์

    ตอบลบ

Related Posts with Thumbnails