29 มิถุนายน 2010

สัมภาษณ์: นิตยสารดิฉัน เล่ม800

บทสัมภาษณ์ในนิตยสาร 'ดิฉัน' เล่ม800
ในส่วนของ พฤษภาวิปโยค: บันทึกและบทเรียน

เป็นอีกบทสัมภาษณ์ที่เรียบเรียงมาได้ตรงตามความคิดครับ ในเล่มนี้นอกจากผมแล้วยังมีบทสัมภาษณ์ของ พระไพศาล วิสาโล, ผู้การแต้ม พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ และ คุณไก่-มีสุข แจ้งมีสุข ด้วยครับ

นภพัฒน์จักษ์ อัตตนนท์

ผู้สื่อข่าว เนชั่นแชนแนล

นักข่าวภาคสนามคือผู้ที่ลงไปอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งเพื่อรายงานความเคลื่อนไหวของทุกเหตุการณ์ที่เกิดเพื่อรายงานความจริงให้ประชาชนรับรู้อย่างไม่รู้ว่าในแต่ละวันที่พวกเขาเข้าไปทำข่าว พวกเขาจะมีชีวิตรอดปลอดภัยกลับมาหรือไม่ หนึ่งในผู้ที่ทำหน้าที่อันน่ายกย่องนี้คือ นภพัฒน์จักษ์ นักข่าวหนุ่มจากเครือเนชั่นที่มีจุดยืนในการทำข่าวเพื่อนำเสนอความจริงที่ยุติธรรมกับทุกฝ่าย พร้อมทั้งนำสื่อสมัยใหม่อย่างทวิตเตอร์มาใช้รายงานเหตุการณ์ต่างๆจนมีผู้ติดตามการรายงานของเขาอย่างมากมาย

“หลังจากเข้ามาทำงานเป็นนักข่าวการเมืองสักพักผมก็ถูกมอบหมายให้ทำข่าวการชุมนุมหลายครั้ง ตามช่วงเสื้อเหลืองตั้งแต่ปี 51 จนถึงตอนนี้ การทำข่าวม็อบต้องเตรียมตัวเตรียมใจมาก ต้องใจเย็น คุมสติอารมณ์ให้ดี ถ้าเป็นที่อื่นมีใครมาทำกับเราบางแบบอาจไม่ยอม แต่ถ้าอยู่ในม็อบเราก็ต้องใจเย็นๆเอาไว้ เราอย่าเอาความคิดของเราไปมีอิทธิพลต่อการนำเสนอข่าวของเรา

...เราเป็นกลางได้ในสิ่งที่เราป็นกลางได้ แต่ถ้าเรื่องไหนที่เราเห็นชัดเจนว่ามันเป็นเรื่องที่ผิดหรือถูก เราเป็นกลางไม่ได้ อย่างเช่น สมมุติเราเห็นคนกำลังเผาตึกอยู่ตรงหน้า แล้วเห็นตำรวจอยู่เฉยๆ เราจะไปพูดว่า เออ อันนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องตัดสินใจเอาเองนะครับว่ามันถูกหรือผิดคงไม่ได้ มันชัดเจนอยู่แล้วว่ามันผิดหรือถูก ก็รายงานไปตามที่คิด เป็นเรื่องที่เรากล้าใช้มโนสำนึกของเราเองได้ แต่บางเรื่องเราก็ต้องใช้สติในการนำเสนอเพื่อให้เป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

...สมมุติว่ามีข่าวว่าทหารจะเข้ามาสลายการชุมนุนที่ราชประสงค์ เรารู้ว่ามันเกิดจากปัจจัยทางการเมืองที่ซับซ้อน จะไปตัดสินผิดถูกไม่ได้ แต่จะบอกว่าเอาเลยพี่ทหารลุยเลยครับ หรือจะบอกว่าเสื้อแดงทหารมาแล้วรีบตั้งด่านเร็ว คงทำอย่างนั้นไม่ได้ ต้องเสนอข่าวที่ไม่กระทบต่อทุกฝ่าย แต่เราก็ต้องรายงานว่าในราชประสงค์มีเด็กและผู้หญิงอยู่เยอะนะ คุณจะทำอะไรคิดนิดนึง ตัดสินใจกันนานๆ หน่อย บางอย่างเราก็ตัดสินได้ บางอย่างตัดสินไม่ได้

...เหตุการณ์ที่ผ่านมาถือว่ารุนแรงมาก ในฐานะคนหนึ่งคน ไม่เคยเห็นความรุนแรงขนาดนี้มาก่อนในชีวิต สิ่งที่เราเห็นกับตาคือคนที่ตั้งใจเผาตึกกันแบบพยายามทำให้ตึกมันพังไปข้างนึง หรือในฝั่งของผู้ชุมนุมที่โดนยิงขาขาด หรือเห็นคนตายด้วยการโดนยิงต่อหน้าต่อตา เราก็เศร้า ไม่น่าเชื่อว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ คนไทยต้องยอมรับว่าช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมันคือเหตุการณ์ที่ร้ายแรงมาก ไม่ใช่ว่าพอผ่านไปแล้ว เราจะมาบอกว่ามาหาความสุขกันเถอะ เราลืมสิ่งเหล่านั้นไปเถอะ

...แต่ในเรื่องร้ายที่เจอก็มีเรื่องดีๆเกิดขึ้นเหมือนกัน เรายังเห็นน้ำใจของคน เห็นว่าการเมืองไม่ทำให้สังคมไทยเลวร้ายไปเสียหมด ตั้งแต่ชุมนุมแล้ว ผมคุยกับพวกเสื้อเหลืองบางคนแม้เกลียดทักษิณ เขาก็ไม่อยากให้มีการใช้อาวุธสลายการชุมนุม เขาก็สงสารเพราะว่าสุดท้ายคนที่ไปชุมนุม ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม พวกเขาก็เป็นคน ไม่ควรต้องมาตาย เลยรู้สึกว่าถึงแม้ประเทศไทยเราจะมีความแตกแยกทางความคิดทางการเมือง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้ว ทุกคนก็ยังเห็นคนไทยด้วยกันเป็นคน ยังรักกันเองอยู่มาก

...ผมเสียดายหลายๆจุดยืนของนปช. เรื่องประชาธิปไตยแบบไม่มีเงื่อนงำ สองมาตรฐาน ความไม่เท่าเทียมกันของสังคม ความเป็นอยู่ของคนยากคนจน สี่ห้าเรื่องนี้ผมสนับสนุนเห็นด้วยหมด มันก็เป็นเรื่องจริง อย่างการไปประท้วงเรื่องเขายายเที่ยงของพลเอกสุรยุทธมันก็น่าตั้งคำถามว่าทำไมถึงไปปลูกบ้านตรงนั้นได้ ทั้งที่ชาวบ้านที่เกิดอยู่ตรงนั้นยังไม่มีพื้นที่ทำกินเลย เรื่องพวกนี้มันก็จริงนะ สิ่งที่คนเสื้อแดงพูดมันก็เป็นความจริงของสังคมที่ต้องการการเรียกร้องหาความจริง แต่ผมเสียดายว่านปช.ใช้เวลากับคุณทักษิณมากเกินไป แล้วข้อเรียกร้องบางอย่างมันหนีไม่พ้น สุดท้ายว่าต้องการให้คุณทักษิณกลับมามีอำนาจอีกครั้งหนึ่ง ทั้งๆที่จริงๆคุณทักษิณไม่ใช่สัญลักษณ์หรือคำจำกัดความของประชาธิปไตยอย่างแท้จริงเลย

...ถามว่าพวกเขาเป็นผู้ก่อการร้ายหรือไม่ ผมอยู่กับนปช.มาปีกว่าๆ ผมคุยกับคนนปช.ที่รักนปช.จริงๆเป็นร้อยคน ให้ตายยังไงผมก็ใช้คำกว่าผู้ก่อการร้ายกับคนเหล่านี้ไม่ได้ คนพวกนี้เขาเป็นคนยากจน เข้ามาชุมนุมด้วยความเชื่อของเขาว่าสิ่งที่เขาเรียกร้องเพื่อทำให้ชีวิตของเขาดีขึ้น เราจะไปว่าเขาเป็นผู้ก่อการร้ายก็คงไม่ได้ ภาครัฐก็ไม่ได้ทำงานดีพอที่จะให้ข้อมูลและก็ต้องประนามแกนนำด้วยว่าไปให้ข้อมูลผิดๆกับพวกเขา ส่วนคนที่ไปเผาเซ็นทรัลเวิลด์ หรือสยามสแควร์ คนเหล่านี้คงไม่ผิดถ้าจะเรียกว่าเป็นพวกผู้ก่อการร้าย

...ตัวผมเองเปลี่ยนไปเยอะมาก เปลี่ยนเป็นรายสัปดาห์เลยก็ว่าได้ ยกตัวอย่างเช่น พอมาชุมนุมราชประสงค์ใหม่ๆ ต้องยอมรับว่าชีวิตของเราก็เกี่ยวข้องกับส่วนนี้ พี่สาวผมทำงานอยู่แถวนั้นก็ไปทำงานไม่ได้ เราก็ไม่อยากให้พวกเขาอยู่ที่นั่น ตอนที่รัฐบาลประกาศพรก.ฉุกเฉิน ก็เดาได้ไม่ยากว่าต้องใช้กำลังทหารมากขึ้น ความรู้สึกแรกรู้สึกว่า เออ ได้เวลาจัดการสักที รู้สึกเหมือนประชาชนทั่วไป ด้วยความที่ตอนนั้นเราเห็นวิธีการของทหารจากเมษายนปีที่แล้วว่าน่าจะจัดการได้ เป็นความรู้สึกหนึ่งก้อนที่มีอยู่ประมาณ 5-6 วัน แต่พอถึงวันที่ 10 เมษายน ปรากฏว่ามีคนตายคนเจ็บ ความรู้สึกที่หนุนทหารมันหายไปทันที รู้สึกว่ามันอาจจะไม่ใช่แล้วนะ ทหารถอยมาก่อนดีไหม ถ้าอยู่ก็สร้างเงื่อนไขทำให้มีคนตาย เราก็ไม่อยากเห็น

...ผมก็เห็นใจคนเสื้อแดงนะ พยายามนำเสนอว่าเขาก็มาชุมนุมด้วยจิตบริสุทธิ์ ถึงแม้ว่าพฤติกรรมหลายอย่างของเขาจะไม่เหมาะสม ไปเทเลือด ไปยึดพื้นที่ทำกินของคนกรุงเทพฯ แต่จะไปตัดสินให้เขาตายมันก็เกินไป การเมืองเป็นเรื่องซับซ้อน มีหลายมิติเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้หมด จะมานั่งเชียร์เหมือนเชียร์ทีมฟุตบอลไม่ได้ เราจะไปปักธงว่าถ้าเราเป็นเสื้อเหลืองหรือเสื้อหลากสีแล้วเราจะต้องด่าเสื้อแดงตั้งแต่วันเกิดจนถึงวันตาย มันคงจะโหดร้ายเกินไปสำหรับการอยู่ร่วมกันของคนไทยด้วยกัน

...ผมยังคงทำหน้าที่ของผมต่อไป พยายามเสนอข่าวอะไรที่ทำให้ประเทศไทยดีขึ้น ให้ความสงบกลับมา พยายามนำเสนอให้รอบด้าน ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย อย่างฝั่งนปช.เองผมก็พยายามหาข้อมูลว่าเราจะช่วยคนที่ตายคนบาดเจ็บนับพันอย่างไร เพราะฝั่งเสื้อแดงได้รับความสนใจน้อยกว่าพวกผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ ผมตามทุกกระทรวงแล้วยังไม่มีใครมีคำตอบว่าจะช่วยคนเจ็บอย่างไร

...ที่น่าเศร้ามากกว่าคือฝั่งเพื่อไทย หรือฝั่งแกนนำเองผมไปถามทุกคนก็ยังไม่มีความเห็นอะไรเลย ผมรู้สึกแย่มาก เวลาเขาตายใหม่ๆ คุณก็เอาโลงเขามาแห่กันเพื่อเรียกระดมมวลชน แต่พอถึงตอนนี้กลับไม่มีแผนช่วยพวกเขาจริงๆจังๆเลยใช่ไหม ผมค่อนข้างจะเศร้าใจกับความจริงบางอย่างว่าสุดท้ายประชาชนก็เป็นแค่เบี้ยเท่านั้น ไม่มีใครใส่ใจจริงๆ

... แต่ผมก็ไม่หมดกำลังใจนะ แม้ว่าจะเศร้า แต่ผมก็จะทำงานต่อไป”

3 comments:

  1. ขอแชร์ได้มั๊ยคะน้องเอม

    ตอบลบ
  2. นี่คือเหตุผลที่ติดตามผลงานคุณค่ะ คุณมีวิจารณญาณในการพิจารณาสิ่งต่างๆ ด้วยหลักเหตุผล และหลักจริยธรรม ยังเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ....ripalwys

    ตอบลบ
  3. สุดยอดเลยครับ น้องเอม..
    อยากบอกอย่างเต็มปากเต็มคำเลยว่า น้องเอม กับผม มีความคิดคล้ายกันมากๆ ผมเห็นใจ นปช ในหลายๆเรื่องที่เกิดขึ้นจริงในสังคมไทย และแน่นอน ไม่เห็นด้วยในหลายเรื่องที่ นปช ทำ ที่สำคัญที่สุด คือ คนส่วนใหญ่ที่ตายไปกว่า 90 คน พวกนี้ไม่สมควรตาย พวกนี้ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย ผมถึงได้ด่า ศอฉ รัฐบาล อยู่ทุกวัน ว่าทำเกินกว่าเหตุ ด่าจนคนอื่นเขามองว่าผมเป็นเสื้อแดงไปแล้ว..ผมเคยเอารูปคนชุมนุมของ นปช กับ เสื้อหลากสี มาเปรียบเทียบกัน โห..ชัดเจนเลย กลุ่มหนึ่งคนยากคนจน อีกกลุ่มหนึ่ง แต่งตัวสวยงาม สะพายกระเป๋าแบรนด์เนม..นี่แหละครับ แสดงให้เห็นถึงความเหลื่อมล้ำในสังคมไทยจริงๆ คนไทยชนชั้นกลาง ควรจะลงมาอุ้มชูพวกเขาบ้าง แทนที่จะมองด้วยความเกลียด เหยีดหยามว่ารับเงินทักษิณมา..ผม คน สีส้ม ครับ

    ตอบลบ

Related Posts with Thumbnails