30 พฤศจิกายน 2009
มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 82 พรรษา
| Tweet |
|
วันนี้ผมขออนุญาตเอาตัวอย่างการจัดงาน ที่เมื่อดูจากพรีเซนเทชั่นนี้แล้วก็ยิ่งใหญ่ทีเดียวทั้ง
1. การแสดงดนตรี คอนเสิร์ต
2. การแสดงภาพพระราชกรณียกิจ
3. การแสดงดนตรีวงออเคสตร้า
4. การแสดงพลุไร้เสียง
งานนี้จัดโดย 3 หน่วยงาน
- กระทรวงมหาดไทย
- กระทรวงการคลัง
- กองบัญชาการตำรวจนครบาล
เรียนเชิญประชาชนคนไทย และ ชาวต่างชาติทุกท่านร่วมงาน และ เยี่ยมชมความสวยงามได้ตั้งแต่วันนี้ครับ
ใครอยากมีของที่ระลึกติดไม้ติดมือ ก็แนะนำสายรัดข้อมือสีชมพูครับ ชิ้นละ 100 บาท เท่านั้นครับ
สบายๆกับอาจารย์สอนดนตรีที่วิทยาลัยดุริยางคศิลป์
| Tweet |
|
พาไปดูชีวิตของเหล่าอาจารย์สอนดนตรี ภาควิชาดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ชาวต่างชาติที่มาสอนวิชาดนตรีเหล่านี้มีส่วนมากตัดสินใจปักหลักปักฐานอยู่ที่เมืองไทย อีกหลายคนแม้จะยังไม่ตัดสินใจชัดเจนแต่ก็หลงไหลประเทศเข้าอย่างจังเป็นที่เรียกร้อยแล้ว
ใครที่ยังไม่เคยได้มีโอกาสแวะไปที่ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ผมขอแนะนำครับ เลือกวันที่เขาจะมีการแสดงดนตรี เชื่อว่าหลายคนคงติดใจเหมือนกับผม เพราะบรรยากาศสถานศึกษาแห่งนี้ ผมเห็นแล้วยังอยากกลับไปเรียนเลยครับ เรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยคุณภาพ
29 พฤศจิกายน 2009
พาล่องเรือ โฮริกาว่า ที่ญี่ปุ่น
| Tweet |
|
ที่เมืองชิมาเนะนี้มีลักษณ์ทางภูมิภาคที่เต็มไปด้วยลำน้ำลำคลอง การโดยสารทางเรือจึงเป็นสิ่งสำคัญมานาน อย่างที่คลองโฮริกาว่าแห่งนี้ คนญี่ปุ่นสามารถปรับเปลี่ยนการล่องเรือ ที่แต่เดิมเป็นเพียงวิถีชีวิต ให้กลายมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ ทุกๆวันจะมีเรือกว่า 30 ลำ พร้อมแล่นด้วยเครื่องยนต์แบบใหม่ ไปตามคลองที่มีความยาวกว่า 5 กิโลเมตร ลอดผ่านสะพาน 16 จุด การแล่นเรือหนึ่งรอบใช้เวลา 30 นาที
ผู้โดยสารจะได้มีโอกาสชื่นชมความสวยงามของโครงสร้างเมืองชิมาเนะแบบดั้ง เดิม ที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติอยู่มาก อย่างที่เห็นได้จากการดำรงอยู่ของสารพัดสัตว์ตลอดเส้นทางการเดินทาง
การล่องเรือโฮริกาว่านี้ นอกจากจะเป็นการเปิดโอกาสให้ได้เรียนรู้เกี่ยวกับเมืองชิมาเนะแล้ว ยังเป็นการสร้างงานให้กับคนญี่ปุ่นเพิ่มเติมด้วย ซึ่งเทศบาลเมืองชิมาเนะให้ความสำคัญในการเลือกคนชรามาให้บริการเดินเรือ เพราะคุณปู่คุณตาที่มาเดินเรือเหล่านี้ นอกจากจะสามารถแล่นเรือได้อย่างใจเย็นและมีประสิทธิภาพแล้ว ยังรู้ประวัติศาสตร์ที่สำคัญๆของเมืองชิมาเนะแห่งนี้ได้อย่างดีอีกด้วย
ดูแล้วก็น่าเอาเป็นแบบอย่างหลายจุดนะครับ ประเทศที่มีพัฒนาการทางเศรษฐกิจขั้นสุดแล้วอย่างญี่ปุ่น แต่เขาก็ไม่ปล่อยปละละเลยความสำคัญทางประวัติศาสตร์เช่นเดียวกัน
27 พฤศจิกายน 2009
คนเขมรรักทักษิณ
| Tweet |
|
ต้องบอกว่าคนกัมพูชานั้นมีโ
1. นายกอภิสิทธิ์เป็นคนทำรัฐประห
2. นายกอภสิทธิ์ กับพวกเสื้อเหลือง เป็นพวกเดียวกันแบบแยกแยะไม่ออก
3. ไม่เข้าใจว่าพวกพันธมิตรจะอ
4. ทักษิณถูกกลั่นแกล้งรัง
ที่ไม่น่าเชื่อคือชุดความคิ
ข้อมูลอีกชุดที่ผมว่าสำคัญสำหรับประชาชนคนไทย คือเรื่องกระแสคลั่งชาติเกิ
พ่อค้าเขมรไม่ง้อไทย
| Tweet |
|
ได้มีโอกาสสัมภาษณ์สอบถามความเห็นพ่อค้าขายมอเตอร์ไซค์ หนึ่งในสินค้าที่กัมพูชานำเข้าจากไทยมากที่สุด โดยมูลค่าการค้าสูงสุดเป็นอันดับที่ 4 รองจากพวกอาหาร และ เครืองบริโภค ร้านมอเตอร์ไซค์ร้านนี้อยู่ที่ ถ.สีหนุ ใจกลางกรุงพนมเปญครับ
ด้วยมูลค่าการค้าระหว่างสองประเทศที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด ไทยส่งออกไปหลักหมื่นล้านบาท ส่วนกัมพูชาส่งเข้ามาที่ไทยไม่ถึงพันล้านบาท ดังนั้น ความรู้สึกของพ่อค้าเขมร ในกรณีถ้าปิดชายแดน ย่อมแตกต่างจากจากพ่อค้าไทยแน่นอน เพราะพ่อค้าเขมรเขาบอกว่า ไม่สนใจถ้าความสัมพันธ์ทางการค้าสองประเทศจะระงับลง เพราะเขามีทางเลือกอื่นอีกหลายประเทศ ทั้ง เวียดนาม และ จีน
ฟังแล้วก็ไม่ต้องแปลกใจครับ ว่าทำไม รมต.ฝั่งบ้านเราถึงเร่งรุดหน้า ทำงานเพื่อสานสัมพันธ์อย่างเต็มที่ ส่วนฝั่งของเขายังดู "ชิลๆ"
26 พฤศจิกายน 2009
บ้านที่ฮุนเซ็นเตรียมไว้ให้ทักษิณ
| Tweet |
|
นี่คือบ้านที่ว่ากันว่า ฮุนเซ็นเตรียมไว้ให้ทักษิณ
บัานของฮุนเซ็นแถวๆพนมเปญมีสองหลังครับ หลังแรกอยู่ห่างใจกลางกรุงพนมเปญไป 15 กิโลเมตร หลังที่สองคือหลังนี้ แต่ไหนแต่ไรมาเก็บไว้ให้ลูกๆหลานๆใช้ไว้เป็นที่พักอาศัย แต่ช่วยหลังไม่ค่อยมีใครเดินทางเข้าออกบ้านหลังนี้เท่าไหร่ ว่ากันว่าฮุนเซ็นเตรียมการบ้านหลังนี้เอาไว้ให้ทักษิณเพื่อนรัก คนเขมรแถวนี้รู้กันดีครับว่าบ้านหลังนี้มีความสำคัญอย่างไรบ้าง
ขับเข้าไปดูใกล้ๆจะเห็นว่าบ้านหลังนี้โอ่โถงพอควรครับ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคุณภาพบ้านหลังอื่นๆในกัมพูชา ที่สำคัญการเลือกที่ตั้งใกล้ๆกับวงเวียนเอกราช ที่มีความสำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ทางการเมืองของคนกัมพูชา พอๆกับอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตยบ้านเรา ก็อดตกใจไม่ได้ว่าฮุนเซ็นให้คุณค่าทักษิณค่อนข้างมากทีเดียว
นี่แหละครับบ้านของทักษิณในพนมเปญ ถ้าอยากเยี่ยมเยียนก็ให้ไปหาคนเขมรแล้วบอกเขาว่า อยากไป "วิเวียนเอกเรียด" ไปถึงจะเห็นบ้านหลังใหญ่หลังนี้แนะนอนครับ
25 พฤศจิกายน 2009
โดนผู้ชุมนุมเสื้อแดงเอาตีนตบตีหัว ขำๆครับ
| Tweet |
|
ไปทำข่าวเสื้อแดงชุมนุมที่สนามศุภชลาศัย ตอนนั้นประชาธิปัตย์กำลังขึ้นมาเป็นรัฐบาล พูดรายงานกลางผู้ชุมนุม สงสัยพูดอะไรไม่เข้าหู หรือสวมเสื้อผิดสี เลยโดนตีหัวเข้าให้เลย
คำถามที่คนนิยมถาม
- เจ็บไหม: ไม่เจ็บครับ ตีนตบอันนิดเดียว คิดว่าคงทำแบบทีเล่นทีจริง แกมหมั่นไส้ครับ ไม่ได้ตั้งใจให้เจ็บ
- โกรธไหม: ไม่โกรธครับ ตอนแรกนึกว่าเพื่อนแกล้ง
- รู้ไหมว่าใครทำ: ถึงวันนี้ยังไม่รู้เลยครับ หันไปอีกทีก็วิ่งไปหลายเมตรแล้ว
- แล้วรู้สึกอย่างไร: ตอนแรกก็งงครับ ผ่านไปซักพักก็เคืองหน่อยๆ แต่พอมาดูภาพ บอกได้คำเดียวว่า "ฮา"
นโยบายOTOPของทักษิณ ในกัมพูชา
| Tweet |
|
ท่าทีของรัฐบาลกัมพูชาก็ดูว่าจะภูมิใจกับโครงการนี้ไม่น้อย เพราะทุกที่ที่เปิดตลาด OVOP ก็จะมีรูปของ คณะรัฐมนตรีแปะอยู่ด้วย
ส่วนมากโครงการ OVOP จะเอาของมาขายตามตลาดกลางคืน ซึ่งจะมีกิจกรรมสนุกสนานต่างๆมากมาย และ ดูเหมือนว่าจะได้รับเสียงตอบรับจากประชาชนมากทีเดียว
นำภาพมากฝากกันครับ จะได้เห็นภาพว่าทักษิณมีอิทธิพลในกัมพูชาในลักษณะไหนบ้าง
22 พฤศจิกายน 2009
ดวงตาของท้องฟ้า ที่เกาะกง
| Tweet |
|

60 นาทีในเรือนจำเพรย์ซอว์
| Tweet |
|
ด้วยความที่ผมเหน็ดเหนื่อยจากการตามข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรมาหลายวัน จึงตัดสินใจพักสายตาขอนอนหลับซักงีบในรถที่กำลังเดินทางไปที่เรือนจำเพรย์ซอว์ ซึ่งห่างจากใจกลางกรุงพนมเปญประมาณ 10 กิโลเมตร พลันที่ลืมตาตื่นก็รู้ตัวทันที่ ว่าตัวผม และทีมข่าวเนชั่นที่ประกอบด้วย ผู้สื่อข่าวอาวุโส ศุภลักษณ์ กาญจนขุนดี และ ช่างภาพ กอบภัค พรหมเรขา ได้เดินทางมาถึงบริเวณด้านหน้าของเรือนจำเพรย์ซอว์เพื่อขออนุญาตเข้าพบ นายศิวรักษ์ โชติพงศ์ วิศวกรบริษัทCATS ที่ตกเป็นผู้ต้องหาว่าลักลอบนำเอกสารการเดินทางของพ.ต.ท.ทักษิณ และ สมเด็จ ฮุนเซ็นผู้นำกัมพูชา ออกมาเพื่อเผยแพร่ให้เจ้าหน้าที่ทางการทูตของสถานทูตไทยประจำกรุงพนมเปญ ทีมข่าวเนชั่นมีเป้าประสงค์สอบถามนายศิวรักษ์ถึงข้อมูลเพิ่มเติม หลังจากตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทั้งในไทยและกัมพูชา
ภาพแรกที่ผมลืมตาขึ้นมาเห็นคือด่านตรวจคนก่อนเข้าไปบริเวณเรือนจำ ซึ่งทันทีที่คุณศุภลักษณ์ กาญจนขุนดี เดินลงจากรถ ผมก็ออกจากรถเพื่อติดตามผู้สื่อข่าวรุ่นพี่ทันที ซึ่งคุณศุภลักษณ์ผู้สื่อข่าวที่ผ่านการทำข่าวจากประเทศที่มีกฏระเบียบเข้มงวด อย่าง พม่า เกาหลีเหนือ รวมถึง ที่กัมพูชาแห่งนี้มาหลายครั้ง ได้เข้าไปเจรจากับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ทำหน้าที่ดักจับไม่อนุญาตให้คนนอกเข้าไปในบริเวณเรือนจำ คุณศุภลักษณ์พยายามพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ด้วยความยากลำบากเนื่องจากเจ้าหน้าที่ 3-4 คนนี้ใช้ภาษาอังกฤษแทบไม่ได้เลย
ระหว่างนั้นผมก็เหลือบไปเห็นเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เดินบุ่มบ่ามเข้ามาที่รถแท็กซี่พาหนะที่ทีมข่าวเนชั่นนั่งไป และปรี่ตรงมาที่คุณกอบภัค พรหมเรขา ช่างภาพเนชั่นที่นั่งอยู่ที่เบาะหน้าของรถสัญชาติญาณแรกทำให้ผมเดินตรงไปที่รถ เพื่อเก็บกล้องวิดีโอที่วางอยู่เบาะท้าย เพื่อรักษาอุปกรณ์การทำงานให้ได้ดีที่สุด แต่ช้าเกินไป เพราะภาพที่ผมเห็นคือหนึ่งในเจ้าหน้าที่ของเรือนจำชาวเขมรคนหนึ่งได้คว้ากล้องวิดีโอคู่ใจของผมไปเป็นที่เรียบร้อย จากมือของคุณกอบภัค พรหมเรขา ซึ่งเจ้าตัวช่างภาพเล่าให้ฟังว่า เขากำลังทดลองว่ากล้องวิดีโอผมใช้งานได้ปกติหรือไม่ ตามสัญชาติญาณของช่างภาพมืออาชีพผมพยายามเดินเข้าไปเจรจาขอกล้องวิดีโอคือจากเจ้าหน้าที่คนนั้น แน่นอนว่าไม่สำเร็จเนื่องจากอุปสรรคทางภาษาและความเข้าใจผิดของเจ้าหน้าที่เรือนจำคิดว่าทีมข่าวเนชั่นได้เข้ามาลักลอบถ่ายภาพบรรยากาศเรือนจำเพรย์ซอว์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่เชิญคุณศุภลักษณ์ กาญจนขุนดี ในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีมข่าวชุดนี้เดินทางเข้าไปในบริเวณเรือนจำเพียงคนเดียว ปล่อยให้ผมและช่างภาพยืนรออยู่ข้างนอก โดยไม่อนุญาตให้ไปไหน และ ไม่มีเจ้าหน้าที่คนไหนที่ดูเป็นมิตรและพร้อมสื่อสารกับผมคุณศุภลักษณ์ หายไปในบริเวณหน้าเรือนจำนานกว่า 30 นาที
ตลอดเวลาครึ่งชั่วโมงผมเห็นคุณศุภลักษณ์มีโอกาสออกมาบริเวณถนนทางเข้าหนึ่งครั้ง แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เปิดโอกาสให้เราสองคนพูดคุยกัน ซึ่งกว่าที่ผมจะได้มีโอกาสได้เข้าไปในบริเวณเรือนจำเวลาก็ล่วงมาเยอะจนใกล้เวลาที่เที่ยวบินของคุณศุภลักษณ์จะออกทำให้บรรยากาศเริ่มเร่งเร้าขึ้น ตอนที่ผมกับช่างภาพเดินเท้าเข้าไปตามคำเชิญแกมบังคับของเจ้าหน้าที่ห้อยปืนเอ็ม 16 ของ เรือนจำ เป็นเวลาใกล้ 17.00 น. ซึ่งเข้าช่วงเวลาเลิกงานพอดี ทำให้ภาพที่ออกมาคือทีมข่าวเนชั่นทั้ง 3 คน ถูกบังคับไม่ให้ไปไหนจากเจ้าหน้าที่ดูแลเรือนจำ โดยมีพนักงานเรือนจำในชุดเครืองแบบสีฟ้ากว่า 40 คน ห้อมล้อมอยู่ ซึ่งตลอดเวลาระหว่างที่ทีมข่าวเนชั่นทั้ง 3 ถูกควบคุมตัว คุณศุภลักษณ์ได้พูดคุยผ่านโทรศัพท์กับเพื่อนผู้สื่อข่าวทางกัมพูชา ที่พยายามหาทางช่วยเหลือ
เวลาล่วงมาถึง 17.00 น. คุณศุภลักษณ์ เร่งรัดขอเจรจาเพื่อเดินทางออกจากเรือนจำก่อน เพราะจำเป็นต้องมาให้ทันเที่ยวบินที่จะออกจากกรุงพนมเปญตอน 20.00น. แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นตรงกันข้าม เนื่องจากเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่าทีมข่าวเนชั่นทั้งสามคนยังไม่สามารถไปไหนได้ทั้งนั้น เพราะตอนนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจเช็คกล้องวิดีโออยู่ และ อีกหนึ่งชั่วโมงจะมีเจ้าหน้าที่กระทรวงมหาดไทยกัมพูชาเข้ามาสอบสวนเพิ่มเติมด้วย ซึ่งคุณศุภลักษณ์ ยื่นคำขาดไปว่า ยังไงคงรอ 1 ชม.ไม่ได้
ถึงวินาทีที่สถานการณ์ตึงเครียดที่สุด ทีมข่าวเนชั่นกลับได้รับข่าวดีจากหัวหน้าเจ้าที่เรือนจำเพรย์ซอว์ ที่เดินออกมาพร้อมอนุญาตให้เราทั้งสามคนออกจากเรือนจำ พร้อมส่งมอบกล้องวิดีโอคืน ได้ด้วยท่าทีที่เป็นมิตรอย่างน่าใจหาย สืบสาวราวความได้ว่าผู้สื่อข่าวชาวกัมพูชาที่คุณศุภลักษณ์คุยทางโทรศัพท์ได้ติดต่อกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนหนึ่งของรัฐบาลกัมพูชา และ กรมตำรวจกัมพูชา ทำให้สถานการณ์แปรเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือทันควันทีมข่าวเนชั่นเดินทางออกมาจาก เรือนจำเพรย์ซอว์ เวลา 17.15 น. คุณศุภลักษณ์สามารถเดินทางกลับด้วยเที่ยวบินเดิมได้ทัน ผมและคุณกอบภัค ตัดสินใจนอนค้างที่พนมเปญต่ออีกคืน ที่น่าขันคือภาพประกอบที่เห็นทั้งหมดนี้ เกิดจากน้ำมือของเจ้าหน้าที่ในเรือนจำที่ช่วยถ่ายภาพให้ทีมข่าวเนชั่นแบบไม่รู้ตัว เนื่องจากไม่มีใครปิดกล้องที่คุณกอบภัคเริ่มต้นกดถ่ายเพื่อทดลองกล้องตอนแรกไว้ทั้งหมดนี้คือบรรยากาศ 60 นาทีที่ผมได้สัมผัสเรือนจำเพรย์ซอว์อย่างใกล้ชิด
แน่นอนว่าผมยังแค่โดนควบคุมตัวอยู่บริเวณด้านหน้าเรือนจำ ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ในคุกเหมือนที่คุณศิวรักษ์ โชติพงศ์ แต่ 60 นาทีที่เรือนจำนี้ผมก็รู้สึกได้ถึงวิธีการตัดสินของเรือนจำที่ไร้ระเบียบ ไร้หลักการณ์ และ สามารถเปลี่ยนแปลงการตัดสินได้ด้วยคำสั่งจากคนใหญ่ๆโตๆเพียงคนเดียว แน่นอนในกรณีนี้ผมและทีมข่าวเนชั่นได้รับประโยชน์และรอดพ้นจากการถูกกักบริเวณ ซึ่งว่ากันตามตรงผมต้องขอบคุณผู้ใหญ่คนนั้นกับกรณีนี้ แต่เมื่อคิดถึงกรณีของคุณวิศวกรหนุ่มแล้ว ทำให้ผมรู้สึกเป็นห่วงคุณศิวรักษ์ โชติพงศ์ ขึ้นมาจับใจ
